แกนนำประท้วงนัดระดมพลใหม่วันอาทิตย์นี้และเรียกร้องให้หยุดงานทั่วเกาะฮ่องกงในวันจันทร์ เพื่อคัดค้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีนแผ่นดินใหญ่ ขณะตำรวจโดนจี้สอบใช้กำลังเกินกว่าเหตุสลายม็อบ
รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน กล่าวว่า สถานการณ์ในฮ่องกงวันพฤหัสบดียังคงมีการปะทะกันประปรายในช่วงเช้า แต่จำนวนผู้ประท้วงลดลงมากจากวันพุธ โดยมีเหตุกระทบกระทั่งกับตำรวจเป็นครั้งคราว แต่ไม่มีการวิ่งไล่ตีกันเหมือนวันก่อนหน้านั้น
ตลอดทั้งวันตำรวจและเจ้าหน้าที่เร่งเก็บกวาดสิ่งกีดขวางและขยะที่ตกค้างจากการชุมนุมเพื่อเปิดถนน ส่วนที่สวนสาธารณะใกล้สภา ผู้ประท้วงที่เป็นคนหนุ่มสาวช่วยกันเก็บกวาดขยะและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกทิ้งไว้ รวมถึงหน้ากากกันแก๊สและร่ม ที่เป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุม
รัฐบาลของแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้ ตัดสินใจเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ผู้ชุมนุมประกาศแล้วว่าพวกเขาจะไม่ยอมรามือจนกว่ารัฐบาลจะเพิกถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ แกนนำชุมนุมนัดให้ประชาชนที่คัดค้านกฎหมายนี้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ และนัดหยุดงานประท้วงพร้อมกันทั่วเกาะในวันจันทร์
จิมมี ชาม จากกลุ่มแนวร่วมสิทธิมนุษยชนพลเมือง (ซีเอชอาร์เอฟ) ซึ่งเป็นกลุ่มแกนนำการประท้วงครั้งใหญ่สุดของฮ่องกงนับแต่ปี 2540 เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ประกาศกับนักข่าวว่า พวกตนจะต่อสู้พร้อมกับประชาชนชาวฮ่องกงจนถึงที่สุด การได้เผชิญกับความไม่รู้, การดูหมิ่น และปราบปราม ยิ่งทำให้พวกตนแข็งแกร่งขึ้น และจะมีชาวฮ่องกงออกมาร่วมการชุมนุมมากยิ่งขึ้น
ซีเอชอาร์เอฟเป็นแกนนำจัดการชุมนุมประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน ที่พวกเขาประเมินว่ามีประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมวันนั้นมากกว่า 1 ล้านคน แต่พวกเขาไม่สามารถควบคุมกลุ่มต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะฝูงชนที่เป็นวัยหนุ่มสาวหัวแข็งกร้าวซึ่งเป็นหัวขบวนในการเผชิญหน้ากับตำรวจ
การประท้วงของคนนับล้านครั้งนั้นไม่ทำให้แคร์รี แลม ยอมจำนน เธอกล่าวถึงเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันจันทร์ว่าเป็นการก่อจลาจล ทางการฮ่องกงอ้างว่ากฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนฉบับนี้มีความจำเป็นเพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้ฮ่องกงเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้ร้ายหนีคดี แต่ฝ่ายที่คัดค้านหวั่นเกรงว่า กฎหมายนี้ซึ่งจะอนุญาตให้ฮ่องกงส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้จีนได้ ถึงแม้จะไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อกัน จะถูกจีนใช้เป็นเครื่องมือตามล่าศัตรูทางการเมืองและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับปักกิ่งจะถูกดึงเข้าสู่ระบบตุลาการของจีนที่คลุมเครือและอิงการเมือง