ข่าวทั่วไป เศรษฐกิจ สังคม
สถานีพัฒนาที่ดินตรัง แนะการจัดการดิน "ฟาร์มสุขเล็กๆ" ตามศาสตร์พระราชา
26/05/2562 01:28:12 เปิดอ่าน : 820



เจ้าของฟาร์มสุขเล็กๆ นำศาสตร์พระราชา ในการทำเกษตรในเนื้อที่ 36 ไร่ โดยใช้เวลาว่างจากงานหลักที่ทำธุรกิจขนส่งกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย มาทำเกษตรอินทรีย์ เริ่มต้นจากการทดลองทำปุ๋ยมูลไส้เดือน ปลูกผักสลัด เข้าประชุมสัมมนาหาความรู้เพิ่มเติมกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินตรัง ที่ได้เข้ามาถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการพัฒนาที่ดินด้านต่างๆ

นายทินกร เพชรสุวรรณ เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน สถานีพัฒนาที่ดินตรัง กล่าวว่า เจ้าของและผู้จัดการฟาร์มเองเขาก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี 100% ทุกสิ่งทุกอย่างวัสดุที่นำมาก็ต้องเป็นวัสดุอินทรีย์ที่เหลือใช้จากการเกษตรซึ่งไม่มีการปนเปื้อนสารเคมีหรือว่าสารกำจัดศัตรูพืชนำมาใช้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งนำมาปลูก และเอามาวางรองก่อนการลงดินเพื่อเป็นการลดต้นทุนและได้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ เช่น ไม้เก่าในสวนก็นำมารองพื้นก่อนลงดินปลูกผักสลัด ในส่วนของสถานีพัฒนาที่ดินตรังได้เข้ามาแนะนำการจัดการดินเนื่องจากดินในพื้นที่ตรงนี้ค่อนข้างเหนียว แน่นทึบ เป็นทรายแป้ง ส่งผลให้การระบายน้ำไม่ดี มีอินทรียวัตถุต่ำ จึงแนะนำให้ทำปุ๋ยหมักทำน้ำหมักชีวภาพและประกอบกับภูมิปัญญาของเจ้าของพื้นที่เองก็นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นกาบมะพร้าวกับผลมะพร้าวอ่อน มากองสุมรวมแล้วก็กิ่งไม้ใบไม้มาสับก่อนปูเป็นแปลง แล้วก็ใช้ดินใช้ปุ๋ยหมัก ใช้น้ำหมักมาผสมคลุกเคล้าแล้วก็มาปูทำให้เกิดความร่วนโปร่งและนำมาใช้ประโยชน์ตามที่เห็นอยู่ในปัจจุบันผลผลิตของฟาร์มสุขเล็กๆ จะมีคุณภาพดี ราคาขายสูง ไม่ว่าจะเป็น พริก พืชผักสวนครัว มะเขือเทศที่ขายได้ราคาดีถึงกิโลกรัมละ 300 บาท และผักสลัดกิโลกรัมละ 130 บาท โดยในส่วนของผักสลัดจะมีกระดานแขวนบอกรายละเอียดแต่ละแปลงไว้อย่างชัดเจน ทั้งวันปลูกและวันที่ครบกำหนดเก็บผลผลิต จากความมุ่งมั่นในการทำเกษตรอินทรีย์ตามศาสตร์พระราชา ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมด ปลูกพืชผักตามความต้องการของตลาด ส่งผลให้วันนี้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ สร้างรายได้ สร้างความสุข และผู้บริโภคก็เชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า อีกทั้ง ยังเปิดให้คนที่สนใจเรื่องการทำตามศาสตร์พระราชา การทำปุ๋ยมูลไส้เดือนเข้ามาศึกษาดูงานได้อีกด้วยนางจรรยา บริรมยาวงศ์ หรือป้าเล็ก ผู้จัดการฟาร์ม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินเข้ามาดูแลตั้งแต่เรื่องหญ้าแฝก นำมาปลูกบริเวณขอบสระที่เราขุดไว้ และช่วยนำดินไปตรวจเช็กในเรื่องเกี่ยวกับดินทั้งหมดที่เราจะใช้ในการเพาะปลูก โดยการตรวจวัด วิเคราะห์ แล้วให้แนะนำเพิ่มเติมในส่วนของการปรับปรุงดินก่อนนำมาปลูกต้นไม้ รวมถึงการนำปุ๋ยไส้เดือนไปตรวจคุณภาพก่อนนำมาใช้จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ในพื้นที่ของฟาร์มสุขเล็กๆ มีการแบ่งปลูกพืชชนิดต่างๆ อย่างเป็นสัดส่วน ส่วนหนึ่งแบ่งเป็นจุดทำปุ๋ยมูลไส้เดือน ส่วนที่ 2 ปลูกสลัด ส่วนที่ 3 ปลูกพืชผักสวนครัว เช่น พริก พวกคะน้า กวางตุ้ง และปลูกหมุนเวียนตามช่วงที่ตลาดต้องการ และส่วนที่เป็นโรงเรือนก็ปลูกมะเขือเทศทั้งหมด 5 โรงจะมีการวางแผนการปลูกในแต่ละโรงโดยเว้นช่วงห่างกันประมาณ 25 วันแล้วจึงปลูกโรงถัดไปเพื่อเป็นการหมุนเวียนให้มีผลผลิตพร้อมส่งให้ลูกค้าอยู่ตลอดและป้องกันการเกิดผลผลิตล้นตลาดอีกด้วย.

 

 
 
ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ : สถานีพัฒนาที่ดินตรัง แนะการจัดการดิน "ฟาร์มสุขเล็กๆ" ตามศาสตร์พระราชา
กรุณาใช้คำสุภาพ ไม่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่หมิ่นประมาท หรือกล่าวร้ายผู้อื่น
 

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ  
:::ข่าวยอดนิยม :::