ล่าสุด (14 มี.ค.) ทนายวิเชียร ชุบไธสง ทนายความประจำรายการตู้ ปณ. ข่าว 3 ให้ความเห็นเดี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ถือว่าพลเมืองดีไม่มีความผิดทั้งแพ่งและอาญา โดยกฏหมายอาญาที่เกี่ยวข้องใกล้เคียงคือการทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งการทำให้เสียทรัพย์ต้องมีเจตนา แต่การไปงัดประตูรถเพื่อช่วยชีวิตเด็ก ไม่มีเจตนาในการทำให้เสียทรัพย์ ถือว่าไม่มีความผิดทางอาญา
ในส่วนของคดีแพ่งนั้น ทนายวิเชียร์ มองว่า กรณีนี้ การงัดแงะกระจกรถ "เป็นพฤติกรรมที่พอสมควรแก่เหตุ" เพราะทำไปเพื่อช่วยเหลือชีวิตเด็ก ส่วนการรับผิดชอบของบริษัทประกันรถยนต์นั้น ต้องดูเงื่อนไขกรมธรรม์ที่เจ้าของรถทำไว้
ด้าน ภรรยาช่างทำกุญแจ ซึ่งเป็นพลเมืองดีเข้าไปช่วยเหลือเด็ก กล่าวว่า เจ้าของรถโทรศัพท์ตามหาช่างแต่ไม่มีใครมา ตนเองก็ได้ช่วยขับรถไปตามช่างแต่ไม่มีใครมา ขณะที่ชาวบ้าก็แนะนำให้ทุบกระจก และบอกว่าจะช่วยเรี่ยไรเงินให้ รวมถึงคาดว่ามีประกันก็ให้เจ้าของรถไปเคลมทีหลัง แต่แม่เด็กยืนยันว่าไม่ให้ทุบ และเมื่อเปิดรถได้ แม่เด็กก็โวยวายว่ารถของตนเองเป็นรอย และถามว่าใครจะรับผิดชอบ