ข่าวทั่วไป เศรษฐกิจ สังคม
สหรัฐฯ ‘รับ’ อาจถล่ม ‘ที่มั่น รบ.ซีเรีย’ คนตาย 62 เพราะ ‘เข้าใจผิด’ ด้าน UN ประชุมฉุกเฉิน ‘มะกัน-หมีขาว’ ด่ากันเละ
18/09/2559 16:15:01 เปิดอ่าน : 1212



ทหารรัฐบาลซีเรียเดินอยู่ท่ามกลางซากปรักหัก พัง ณ ย่านศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมืองอะเลปโป ในวันศุกร์ (16 ก.ย.) ที่ผ่านมา หลังจากข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐฯกับรัสเซียเป็นคนกลางเริ่มมีผลบังคับใช้ เมื่อวันจันทร์ (12) สงครามการสู้รบในซีเรียในหลายๆ พื้นที่ก็เงียบสงบอยู่หลายวัน ทว่าเหตุถล่มโจมตีทางอากาศใส่ที่มั่นรัฐบาลซีเรียในวันเสาร์ (17) กำลังทำให้หวั่นเกรงกันว่า ความสงบเช่นนี้อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน

 

        เอเอฟพี/รอยเตอร์ - กลุ่มพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ออกมายอมรับว่าคงจะเข้าโจมตีที่มั่นของกองทัพซีเรียด้วยความผิดพลาดเมื่อวัน เสาร์ (17 ก.ย.) ที่ผ่านมา ขณะที่รัสเซียเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเปิดการประชุมฉุก เฉินเพื่อหารือถึงเหตุถล่มทางอากาศ 4 เที่ยวคราวนี้ ซึ่งทำให้ทหารเสียชีวิตไปอย่างน้อย 62 ราย
       
       การโจมตีคราวนี้ยังบังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ความตึงเครียดทางการ ทูตระหว่างมอสโกกับวอชิงตันกำลังไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่ทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นคนกลาง ประกาศให้ฝ่ายรัฐบาลซีเรียกับฝ่ายกบฏที่มิใช่พวกนักรบญิฮาดสุดโต่งหยุดยิง กัน ในความพยายามที่จะยุติสงครามนองเลือดที่ดำเนินมา 5 ปีในประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้
       
       พวกเจ้าหน้าที่อเมริกันแถลงว่า กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งกำลังทำการสู้รบอยู่กับกลุ่ม “รัฐอิสลาม” (ไอเอส) อาจจะได้ทำการโจมตีที่มั่นทางทหารของฝ่ายรัฐบาลซีเรียไปหลายแห่งทางภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือของซีเรีย
       
       “กองกำลังอาวุธของกลุ่มพันธมิตรเชื่อว่าพวกเขากำลังโจมตีที่มั่นสู้ รบของพวกดาเอชแห่งหนึ่ง” คำแถลงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุ โดยเรียกกลุ่มไอเอสด้วยชื่อย่อภาษาอาหรับของกลุ่มนี้
       
       “การโจมตีทางอากาศของกลุ่มพันธมิตรถูกสั่งระงับไปในทันที เมื่อทางเจ้าหน้าที่ของกลุ่มพันธมิตรได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัส เซียว่า มีความเป็นไปได้ที่บุคลากรและยานพาหนะซึ่งตกเป็นเป้าหมายนั้นเป็นส่วนหนึ่ง ของกองทหารซีเรีย” คำแถลงบอก

สหรัฐฯ ‘รับ’ อาจถล่ม ‘ที่มั่น รบ.ซีเรีย’ คนตาย 62 เพราะ ‘เข้าใจผิด’ ด้าน UN ประชุมฉุกเฉิน ‘มะกัน-หมีขาว’ ด่ากันเละ

เอกอัครราชทูตรัสเซีย วิตาลี ชูร์คิน (ซ้าย) กับ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ซาแมนธา พาวเวอร์ ดวลคำพูดตอบโต้กันอย่างดุเดือดที่สหประชาชาติในวันเสาร์ (17 ก.ย.) ภายหลังเกิดเหตุกลุ่มพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ถล่มทางอากาศใส่ที่มั่นรัฐบาลซีเรีย ซึ่งทางรัสเซียหนุนหลังอยู่

 

        ทางด้านคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นได้เปิดการประชุมเป็นการภายในเมื่อคืน วันเสาร์ (17) หลังจากรัสเซียเรียกร้องให้หารือเป็นวาระฉุกเฉินเพื่ออภิปรายถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พร้อมกับกล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังทำให้ข้อตกลงหยุดยิงซีเรียตกอยู่ในอันตราย
       
       ขณะที่ ซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาติ กล่าวตำหนิรัสเซียอย่างรุนแรงสำหรับความเคลื่อนไหวเช่นนี้
       
       เธอบอกว่า รัสเซียควรต้องยุติการใช้วิธีทำคะแนนราคาถูกๆ, การแสดงผาดโผนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการวางตัวสูงส่งทางศีลธรรม และการเรียกร้องให้มีผู้ชมมายืนโห่ร้องแสดงความชื่นชมเช่นนี้ แล้วหันมาโฟกัสในสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระจริงๆ ซึ่งก็คือการปฏิบัติตามสิ่งที่สหรัฐฯ กับรัสเซียได้เจรจาตกลงกันไว้
       
       พาวเวอร์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังสอบสวนเรื่องการโจมตีทางอากาศนี้อยู่ และ “ถ้าเราวินิจฉัยออกมาว่าเราได้ทำการโจมตีบุคลากรทางทหารของซีเรียจริงๆ นั่นก็ไม่ได้เป็นความตั้งใจของเราเลย และแน่นอนทีเดียวว่าเรามีความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตที่เกิดขึ้น”
       
       เมื่อถูกถามว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้ข้อตกลงหยุดยิงซีเรียซึ่งมอสโกกับ วอชิงตันเป็นคนกลางคราวนี้มีอันต้องล้มครืนลงหรือไม่ วิตาลี ชูร์คิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็นตอบว่า “นี่เป็นเครื่องหมายคำถามอันใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม”
       
       “ผมมีความสนใจมากที่จะเฝ้าดูว่าวอชิงตันกำลังจะแสดงปฏิกิริยาออกมา อย่างไร แต่ถ้าสิ่งที่เอกอัครราชทูตพาวเวอร์กระทำในวันนี้คือสิ่งบ่งชี้ใดๆ ถึงปฏิกิริยาที่เป็นไปได้ของพวกเขาแล้ว ถ้าเช่นนี้เราก็กำลังตกอยู่ในความลำบากอย่างร้ายแรง” ชูร์คินกล่าวกับผู้สื่อข่าว
       
       มอสโกได้หยิบยกการโจมตีคราวนี้ ซึ่งเป็นการเปิดทางให้พวกนักรบไอเอสสามารถบุกเข้ายึดที่มั่นของกองทัพซีเรีย แห่งหนึ่งใกล้ๆ สนามบินเมืองเดอีร์ เอซซอร์ เอาไว้เป็นเวลาสั้นๆ ว่าคือหลักฐานซึ่งแสดงว่าสหรัฐฯ กำลังช่วยเหลือกลุ่มนักรบญิฮาดสุดโต่งกลุ่มนี้
       
       “เรากำลังบรรลุถึงข้อสรุปอันน่าสยดสยองอย่างแท้จริงสำหรับทั่วทั้ง โลก นั่นคือ ทำเนียบขาวกำลังพิทักษ์ปกป้องพวกรัฐอิสลาม เวลานี้มันไม่มีอะไรต้องสงสัยอีกแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้” สำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสตี อ้างคำพูดของ มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย
       
       พาวเวอร์ได้ตอบโต้โดยกล่าวว่า ซาคาโรวาควรรู้สึกละอายใจที่กล่าวอ้างเช่นนี้ออกมา ขณะที่ชูร์คินบอกว่า รัสเซียไม่ได้มี “หลักฐานอันเจาะจง” ว่าสหรัฐฯ กำลังสมคบร่วมมือกับพวกนักรบไอเอส
       
       ซาคาโรวาพูดด้วยว่า เหตุโจมตีคราวนี้เป็นการคุกคามบ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียซึ่งมีรัส เซียกับสหรัฐฯ เป็นคนกลาง โดยที่มอสโกนั้นกำลังช่วยเหลือรัฐบาลประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ในสงครามกลางเมืองคราวนี้ ส่วนวอชิงตันให้การหนุนหลังกลุ่มกบฏบางกลุ่ม

สหรัฐฯ ‘รับ’ อาจถล่ม ‘ที่มั่น รบ.ซีเรีย’ คนตาย 62 เพราะ ‘เข้าใจผิด’ ด้าน UN ประชุมฉุกเฉิน ‘มะกัน-หมีขาว’ ด่ากันเละ

ถึงแม้วันแรกๆ ที่ข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียมีผลบังคับใช้ สถานการณ์โดยทั่วไปดูเงียบสงบ ทว่าถัดจากนั้นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายกบฏซีเรียต่างกล่าวหากันว่าก่อเหตุโจม ตีละเมิดข้อตกลงหยุดยิงกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

        อเมริกันถล่ม 4 เที่ยว ‘ไอเอส’ได้ทีบุกยึดที่มั่น รบ.ซีเรีย
       
       ในส่วนของกองทัพรัสเซียได้ออกคำแถลงระบุว่า มีเครื่องบินรบหลายลำจากกลุ่มพันธมิตรนานาชาติต่อต้านนักรบญิฮาด ได้เข้าทำการโจมตีทางอากาศ 4 ระลอกในวันเสาร์ (17) ต่อกองกำลังอาวุธของซีเรียซึ่งถูกพวกไอเอสรายล้อมไว้ในสนามบินเดอีร์ เอซซอร์
       
       “ทหารซีเรีย 62 นายถูกสังหาร และอีก 100 นายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเหล่านี้”
       
       ฝ่ายทหารรัสเซียบอกว่า เครื่องบินไอพ่นเอฟ16 จำนวน 2 ลำ และ เอ10 อีก 2 ลำ ซึ่งบินจากอิรักเข้ามาในน่านฟ้าของซีเรีย คือผู้ทำการโจมตีครั้งนี้ซึ่งเกิดขึ้นในเวลา 14.00 น.ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (ตรงกับ 21.00 น.เวลาเมืองไทย)
       
       “ไม่นานถัดจากการโจมตีของกลุ่มพันธมิตร พวกนักรบไอเอสก็เปิดการรุก” คำแถลงนี้ระบุ พร้อมกับบอกว่า ได้เกิดการสู้รบอย่างดุเดือดกับพวกผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ในบริเวณใกล้เคียง อีกด้วย
       
       “ถ้าการโจมตีเหล่านี้มีสาเหตุจากความผิดพลาดในการประสานงานเกี่ยวกับ เป้าหมายแล้ว มันก็คือผลพวงโดยตรงของการที่สหรัฐฯ ปฏิเสธไม่ยอมร่วมมือประสานงานกับฝ่ายรัสเซีย เกี่ยวกับการสู้รบของตนในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ในซีเรีย” คำแถลงบอก
       
       ทางด้านกลุ่มสังเกตการณ์ชาวซีเรียเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งคอยติดตามสงครามกลางเมืองในซีเรียโดยอาศัยสายข่าวในพื้นที่ซึ่งเป็นนัก เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลซีเรียนั้น ออกมาให้ตัวเลขว่ามีทหารรัฐบาลถูกสังหารไปอย่างน้อย 90 นาย พร้อมกับยืนยันว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นมาเป็นฝีมือของกลุ่มพันธมิตรที่นำโดย สหรัฐฯ
       
       ขณะที่สำนักข่าวอามัก ซึ่งมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับไอเอส รายงานว่า กองกำลังพันธมิตรได้โจมตีใส่ที่มั่นต่างๆ ของไอเอส ทว่าไอเอสยังคงสามารถ “บุกยึดควบคุมที่มั่นจาบัล เทอร์เดห์ เอาไว้ได้ทั้งหมด โดยที่มั่นนี้อยู่บนที่สูงซึ่งสามารถมองเห็นสนามบินเดอีร์ เอซซอร์ที่อยู่ด้านล่าง”
       
       กองทัพซีเรียนั้นกำลังสู้รบเพื่อต้านทานไอเอสที่เปิดการรุกอย่างดุ เดือดเข้าใส่ฐานทัพอากาศเดอีร์ เอซซอร์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยที่สนามบินแห่งนี้และพื้นที่อีกบางย่านในเมืองเดอีร์ เอซซอร์ คือที่มั่นที่เหลืออยู่ซึ่งกองกำลังจากภายนอกยังสามารถเข้าไปถึงได้ ขณะที่พื้นที่รอบๆ ตกอยู่ในความควบคุมของไอเอสไปแล้ว
       
       อย่างไรก็ตาม สื่อทางการของรัสเซียและของซีเรียรายงานว่า ในเวลาต่อมากองทัพซีเรียสามารถยึดที่มั่นต่างๆ ซึ่งสูญเสียไปกลับคืนมาได้แล้ว ส่วนกลุ่มผู้สังเกตการณ์ชาวซีเรียฯ รายงานด้วยว่า มีสมาชิกไอเอส 38 คนถูกสังหารและอีกหลายสิบคนได้รับบาดเจ็บ จากการที่รัสเซียถล่มโจมตีอย่างหนักใส่ที่มั่นจาบัล เทอร์เดห์ ในระหว่างทำการสู้รบกัน

สหรัฐฯ ‘รับ’ อาจถล่ม ‘ที่มั่น รบ.ซีเรีย’ คนตาย 62 เพราะ ‘เข้าใจผิด’ ด้าน UN ประชุมฉุกเฉิน ‘มะกัน-หมีขาว’ ด่ากันเละ

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงข่าวที่สนามบินในกรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน ในวันเสาร์ (17 ก.ย.) โดยเขาบอกว่ายังคง “มองแง่บวก” เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงในซีเรีย เขาพูดเช่นนี้ก่อนหน้าเกิดเหตุกลุ่มพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯถล่มโจมตีใส่ที่มั่น ทางทหารของรัฐบาลซีเรีย

 

        สถานการณ์กำลังเลวร้ายลงทุกที
       
       ตั้งแต่ก่อนหน้าเกิดเหตุถล่มทางอากาศคราวนี้เสียอีก พวกเจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียก็ได้ออกมาประณามทั้งสหรัฐฯ และกลุ่มกบฏกระแสหลักด้วยถ้อยคำภาษาที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่มอสโกกับวอชิงตันทำข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในวัน จันทร์ (12) ที่ผ่านมา
       
       “สถานการณ์ในซีเรียกำลังเลวร้ายลงทุกที” วลาดีมีร์ ซาฟเชนโค นายพลชาวรัสเซีย กล่าวในการแถลงสรุปถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อวันเสาร์ (17)
       
       “ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจำนวนของเหตุโจมตีเพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย” โดยที่มีการเข้าโจมตีที่มั่นต่างๆ ของรัฐบาลและการเข้าโจมตีพลเรือนรวม 55 ครั้ง พลเรือนถูกสังหารไป 12 ราย เขาบอก
       
       ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียก็ออกคำแถลงกล่าวหาว่า “กลุ่มกบฏที่เป็นพวกแนวคิดกลางๆ” กำลังทำให้ข้อตกลงหยุดยิงล้มครืนลงมา
       
       ตามข้อตกลงที่สหรัฐฯ กับรัสเซียเป็นคนกลางฉบับนี้ระบุว่า ถ้าสามารถรักษาให้การหยุดยิงยืนยาวไปได้ 7 วัน และมีการอนุญาตให้จัดส่งสิ่งของเพื่อมนุษยธรรมไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งพลเรือนจำนวนมากกำลังทุกข์ยากเดือดร้อนหนักเพราะอยู่ในเขตซึ่งเกิดการ สู้รบกัน มอสโกกับวอชิงตันก็จะทำงานร่วมกันในการพุ่งเป้าหมายเล่นงานปราบปรามพวกนักรบ ญิฮาดกลุ่มต่างๆ รวมทั้งไอเอสด้วย
       
       “ถ้าฝ่ายอเมริกันไม่ได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อกระทำตามพันธะ ผูกพันของตนแล้ว ... ความรับผิดชอบจากการทำให้ข้อตกลงหยุดยิงล้มพับไปจะต้องเป็นของสหรัฐฯ” วิกตอร์ ปอซนิคีร์ นายพลทหารบกรัสเซียระบุในการแถลงข่าว
       
       ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของประธานาธิบดีอัสซาดแห่งซีเรีย ก็ออกมากล่าวก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ (17) เช่นกันว่า เขายังคง “มองแง่บวก” เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิง แต่ก็กล่าวหาพวกกบฏว่า กำลังพยายามที่จะรวมกำลังกันขึ้นมาใหม่
       
       ปูตินบอกว่า วอชิงตันดูเหมือนมีความปรารถนาที่จะรักษา “ศักยภาพความสามารถในการสู้รบกับรัฐบาลที่ถูกกฎหมายของประธานาธิบดีอัสซาด เอาไว้ต่อไป” ซึ่งถือว่าเป็น “หนทางที่มีอันตรายอย่างยิ่ง”
       
       การปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อตกลงหยุดยิงนี้มีความยุ่งยากซับซ้อนเนื่อง จากกลุ่มนักรบญิฮาดหัวรุนแรงที่ไม่ได้ถูกรวมไว้ในข้อตกลงหยุดยิง ปรากฏตัวปะปนอยู่กับพวกกบฏกระแสหลักในบางพื้นที่ของแนวรบแห่งเดียวกัน
       
       ปัญหาท้าทายสำหรับวอชิงตันก็คือ การชักชวนโน้มน้าวกลุ่มฝ่ายค้านต่างๆ ของซีเรียซึ่งสหรัฐฯ หนุนหลังอยู่ ให้ยอมแยกตัวพวกเขาเองออกมาจากกลุ่มที่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า แนวร่วม ฟาเตห์ อัล-ชาม โดยที่ก่อนหน้านั้นเรียกขานกันว่า แนวร่วม อัล-นุสรา และเป็นกลุ่มในเครือข่ายของอัลกออิดะห์
       
       สาระสำคัญอีกประการหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงคราวนี้ คือการส่งสิ่งของช่วยเหลือไปยังพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งที่เมืองอะเลปโป ซึ่งประมาณการกันว่ามีประชาชนราว 250,000 คนอาศัยอยู่ในหลายๆ เขตซึ่งพวกกบฏยึดครองอยู่และถูกรัฐบาลปิดล้อมไว้
       
       ทว่าเมื่อวันเสาร์ (17) ขบวนรถบรรทุก 40 คันที่บรรทุกความช่วยเหลือด้านอาหาร ยังคงติดแหง็กอยู่ตรงพรมแดนระหว่างตุรกีกับซีเรีย

 

ที่มา : manager.co.th

 

 
 
ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ : สหรัฐฯ ‘รับ’ อาจถล่ม ‘ที่มั่น รบ.ซีเรีย’ คนตาย 62 เพราะ ‘เข้าใจผิด’ ด้าน UN ประชุมฉุกเฉิน ‘มะกัน-หมีขาว’ ด่ากันเละ
กรุณาใช้คำสุภาพ ไม่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่หมิ่นประมาท หรือกล่าวร้ายผู้อื่น
 

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ  
:::ข่าวยอดนิยม :::