ข่าวทั่วไป เศรษฐกิจ สังคม
“ประยุทธ์” ย้ำไม่ต้องการเช็กบิล - สืบทอดอำนาจการเมือง ปรามอย่าวิจารณ์ปมภาคใต้มั่วซั่ว
26/08/2559 18:16:52 เปิดอ่าน : 1088



        นายกฯ ย้ำ ไม่ต้องการเช็กบิล - สืบทอดอำนาจทางการเมือง ฮึ่มบุกรุกที่ดินอย่าใช้กฎหมู่ รู้อยู่ว่าผิดแต่ก็ยังไปลงทุน ลั่นอย่าอ้างไม่รู้กฎหมาย ปรามอย่าวิจารณ์มั่วกรณีเหตุรุนแรงภาคใต้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
       
       วันนี้ (26 ส.ค.) เมื่อเวลา 20.15 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ช่วงหนึ่งว่า มีเรื่องสำคัญที่จะทำความเข้าใจอีกครั้ง อย่ากลัวว่ารัฐบาล คสช. สนช. หรือที่เกี่ยวข้อง 5 สาย จะไปเช็กบิลอะไรกับใคร พรรคไหน นักการเมืองใคร ตนไม่ต้องการไปสลายใคร สืบทอดอำนาจจากใครทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของการนำสิ่งที่เป็นปัญหา ที่ยังคงค้างคาอยู่ และไม่ได้ทำเข้ามาสู่การพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายมีโอกาสชี้แจง อย่าบิดเบือน หลักฐานหามาที่มันเป็นจริง อย่าเอาหลักฐานปลอม หรือที่คนพูดเข้าข้างตัวเองมา หลักฐานมันฟ้องอยู่แล้ว
       
       นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนไม่เคยไปเติมอะไรให้สักอย่าง ล้วนแต่เป็นของเดิมที่ทำไว้ทั้งนั้น ทุกเรื่องก็จะเป็นที่สงสัย ก็มักจะเอามาวิพากษ์วิจารณ์กันโดยไม่มีข้อยุติ ก็ร้อนอยู่อย่างนี้แล้วจะมาให้ตนปรองดอง จะให้ไปปรองดองกับใคร ในเมื่อท่านยังไม่ปรองดองกันเองเลย อย่าลืมว่า มีบุคคล 2 ฝ่ายเสมอ ทุกคน ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันชี้แจง สร้างความปรองดองกันเองก่อน แล้วมาดูว่ากฎหมายว่าไว้อย่างไร ทำได้หรือเปล่า ถ้าทุกคนมาให้ตนแก้ให้หมด แก้ให้ได้ แก้ให้เร็ว คนที่มีปัญหายังไม่ปรองดองกันเลย กฎหมายก็ไม่ยอมรับแล้วมันจะไปยังไง
       
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า กรณีรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ฟัง คิด ใช้สติปัญญา อย่าไปฟังตามการชี้นำของใคร เชื่อตัวเองก่อน ฟังให้เข้าใจ อ่านให้รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องให้ไปถามคนที่เขารู้เรื่อง อย่าไปถามคนที่ไม่รู้เรื่อง มันจะทำให้ไม่รู้เรื่องไปมากกว่าเดิม กลายเป็น 2 คน ไม่รู้เรื่องไปทั้งคู่ เพราะฉะนั้นมันฝืนธรรมชาติ ฝืนความจริงไปได้ เขาคงไม่ทำอะไรอย่างที่ทุกคนเป็นห่วงกังวลหรอก คำถามพ่วงก็คือคำถามพ่วง รัฐธรรมนูญคือรัฐธรรมนูญ อันนี้มันจะเดินหน้าไปอย่างไรเดี๋ยว กรธ. เขาไปทำเอง อย่าไปยุ่งเขามากนักเลย ไม่ว่าจะการเสนอชื่อจากไหน เสนอชื่อจากใคร ไปฟังเขาสรุปมาก่อน ต่อต้านกันตอนแรกมันต่อต้านเพราะอะไร กลัวอะไรกันหรอ หรือตัวเองไม่พร้อม หรือตัวเองกลัวจะไม่ได้เข้ามา ถ้าท่านดีจริงท่านเข้ามาได้หมด เสนอชื่อเข้ามาคนเขาก็ต้องเลือก ส.ว. เขาจะไปค้านกันหรอคนดี ตนให้โอกาสทุกพรรค ทุกนักการเมือง เว้นผู้ที่ติดข้อกฎหมายเท่านั้นเอง ท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญเขาก็ทำหน้าที่ของเขา กรธ. ออกมาเสร็จแล้วประเด็นคำถามพ่วง รัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกทั้งหมดมันก็จบที่ศาลรัฐธรรมนูญ
       
       นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน ที่ ส.ป.ก. ภูเก็ต ภูทับเบิก หลาย ๆ ที่ดูจากกฎหมายก่อนนะ เริ่มจากตรงนั้นผิดหรือเปล่า ถ้าผิดแล้วทำอย่างไรต่อ ตนไม่ได้มุ่งหวังไปทำลายทำร้ายใคร ก็เวลาท่านสร้างท่านไม่รู้หรือว่ามันถูกหรือผิด กฎหมายก็บอกอยู่แล้วว่ามันผิด แต่ท่านก็ไปลงทุนเยอะ ก็ถ้ายอมรับอย่างนี้แล้วจะให้รัฐบาลมาดูซิว่าจะช่วยได้อย่างไร อย่ามาอ้างกันไปเรื่อยเปื่อย ทุกอย่างจะต้องมีหลักฐาน ถ้าทุกคนอ้างได้ทำอย่างนี้ก็ไม่ต้องอยู่กันแล้ว
       
       “ให้ใช้กฎหมายอย่าใช้กฎหมู่ หรือบังคับรัฐบาลทุกเรื่องให้ทำโน่น ทำนี่ ละเว้นนี้ โน่น มันทำไม่ได้ทั้งหมด กฎหมายเขาเขียนไว้ว่าทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และจะใช้คำว่า ไม่รู้กฎหมายไม่ได้ จำไว้” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
       
       นายกฯ กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ก็จะมีการรายงานให้ทราบเป็นเป็นระยะ ๆ ตามหลักฐานเชื่อมโยงอยู่หลายอย่าง หลายกลุ่ม อาจจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็แล้วแต่ ส่วนกระบวนการสืบสวนสอบสวน อย่าเพิ่งไปวิเคราะห์วิจารณ์กันเอง สื่อก็อย่าได้ขยายความ สรุปกันเองวิเคราะห์กันเอง ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ทำอะไรไม่ได้ ออกนอกกรอบที่เขาคิดกันทั้งที่เป็นข้อเท็จจริงก็ไม่กล้าอีก นี่แหละคือปัญหาของประเทศไทย ให้คนที่เขามีหน้าที่ทำ ให้คนที่มีหน้าที่พูดเขาให้ข่าวก็จบแล้ว ในวันนี้ทุกคนออกมาพูดกันหมด มันก็คือปัญหาของประเทศไทย ประเทศอื่นเขาไม่มีแบบนี้หรอก
       
       “การวิพากษ์วิจารณ์เลิกได้แล้ว เรื่องราวของภาคใต้ทุกวันนี้มันก็แรงอยู่ มันแรงอยู่แล้วหล่ะ ก็ค่อย ๆ ลดไปเรื่อย ๆ ซิ อย่าลากโยงไปโยงมาว่าไอ้นี้มันเกี่ยวกับไอ้นี้ไอ้นั้นมันเกี่ยวกับไอ้นั้น มันอยู่ที่หลักฐาน เกี่ยวก็คือเกี่ยวไม่เกี่ยวก็คือไม่เกี่ยว สอบสวนกันต่อไป เราต้องสนใจในเรื่องสำคัญ ก็คือ เรา ตัวเราเอง ประชาชน เจ้าหน้าที่จะร่วมมือกันอย่างไร ในการเฝ้าระวังในการป้องกันในการแก้ไข ทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุแก้ไขดีกว่า ดีกว่าที่จะแก้ไขตอนที่มันเกิดขึ้นแล้ว เราต้องการความปลอดภัยของบ้านเมือง ต้องการความสงบ สันติ มีเสถียรภาพ วันนี้ทุกคนต้องการทุกอย่างเลยแต่ไม่ต้องการเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องการกฎหมาย ไม่ต้องการให้มีการตรวจสอบ แล้วมันจะปลอดภัยได้ไหม” นายกฯ กล่าว
       
       คำต่อคำ : รายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" วันที่ 26 สิงหาคม 2559
       
       สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่เคารพรักทุกท่าน
       
       ผมขอขอบคุณและชมเชยทั้งเจ้าหน้าที่ และประชาชนนะครับ ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายโครงการ หลายอย่างที่ประสบความสำเร็จ มาตามลำดับขั้นนะครับ ทั้งนี้ด้วยความร่วมมือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ ก็ตาม แต่เล็กๆ ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ อาทิ การกำจัดผักตบชวา การช่วยกันกำจัดขยะชุมชน การทำเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรผสมผสาน ตามคำแนะนำ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปลูกพืช และมีหลายๆ ส่วน หลายพื้นที่ ที่ได้ใช้วิธีการของโครงการเกษตร “1 ไร่ 1 แสน” มีการทดลองปฏิบัติทำไปบ้างแล้ว ก็ได้ผลดีตามที่แนะนำไป
       
       ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ ขอบคุณทุกส่วนที่ช่วยกันดูแลตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการน้ำให้มีผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด มีอยู่บ้านแน่นอน อาจจะขังท่วมบ้างแต่ต้องเร่งระบายให้ได้โดยเร็ว ปีนี้ก็นับว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ในส่วนของแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม พันกันไปทั้งคู่ เศรษฐกิจไม่ดีก็ทั้งนี้เนื่องจากแรงซื้อ กำลังซื้อลดลงจากต่างประเทศ ก็ทำให้กระบวนการภายในเกิดปัญหา
       
       ในด้านการผลิตแล้วก็ทำให้สังคมมีปัญหาตามไปด้วย ไม่ว่าจะเรื่องยาเสพติด ไม่ว่าจะเรื่องการลักเล็กขโมยน้อย อะไรต่างๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องช่วยกันเฝ้าระวังให้มากขึ้น อย่ามาโทษกันไปกันมา เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ขอความร่วมมือด้วย ในด้านการต่างประเทศ วันนี้ก็มีผู้มาขอพบผมในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นจำนวนมากหลายประเทศด้วยกัน ทุกคนก็มีความเห็นว่าเราก็มีการเดินหน้าประเทศไทยโดยการผ่านการทำประชามติ เป็นไปตามกระบวนการสากล นะครับ แล้วก็ให้กำลังใจในการจะเดินหน้าต่อไป ความขัดแย้ง การต่อต้านยังมีอยู่บ้าง ทั้งในประเทศ หรือต่างประเทศ บางครั้งก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน
       
       ในเรื่องกระบวนการยุติธรรม หลายกระบวนการได้นำเข้าไปสู่การพิจารณาคดีแล้ว ผมไม่ได้เร่งรัด เป็นเรื่องของกระบวนการเขาทำ ประเด็นเรื่องจำจำข้าวก็มีหลายคนออกมากล่าวอ้างว่า ผมไปสั่งว่า ไม่ต้องสนใจกระบวนการยุติธรรม ความหมายไม่ใช่อย่างนั้น ผมเพียงแต่บอกว่าในส่วนของหน้าที่ของคณะทำงานนี้ ก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบหาหลักฐาน ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมก็เป็นเรื่องของศาลก็ให้เขาทำไป ไม่ได้หมายความบอกว่าไม่สนใจกระบวนการยุติธรรมอย่างที่กล่าวอ้างกันมา บางครั้งในการบันทึกต่างๆ เขามีความหมายของเขาอยู่แล้ว ก็ไปตีความกันอีกแบบหนึ่ง ผมคงไม่ปัญญาน้อยแบบนั้น หลายอย่างผลสัมฤทธิ์ อย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว หลายอย่างอาจจะไม่ได้กล่าวถึง ต้องขอบคุณนะครับ ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง
       
       สำหรับการเปลี่ยนผ่านประเทศในห้วงเวลานี้ มีอยู่หลายมิติหลายเรื่อง หลายกิจกรรมที่เราจะต้องช่วยกันนะครับ ผมทำคนเดียวไม่สำเร็จหรอก จะนำไปสู่ “การปฏิรูปประเทศ” หลายคนก็ยังมีความขัดแย้ง หลายคนก็ยังเห็นต่าง ต้องหาทางร่วมมือกันให้ได้ หลักที่สำคัญก็คือทำอย่างไร เราถึงจะยอมรับการปรับเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นตัวคน บุคคล องค์กร หรือกระบวนการภายใน การบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ข้าราชการ เพื่อที่จะให้ข้าราชการและหน่วยงานต่าง ๆ นั้นสามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพเราไม่ได้มุ่งเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว เราต้องสร้างความเข้าใจ ทุกหน่วยงานจะต้องทำแบบนั้นให้ประชาชนเรียนรู้ เข้าใจ ถึงจะไปสู่การปฏิรูปได้ แล้วจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งนะครับ ประเทศชาติมาก่อนเสมอ ทุกแผนงานและโครงการของรัฐบาลที่ผ่านมานั้น เราทำหลายอย่างด้วยกันนะครับ ไม่ว่าจะในเรื่องของการมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเดิมๆ ซึ่งพันกันไปกันมา หลายขั้นหลายตอน หลายส่วนที่เกี่ยวข้อง และในเรื่องของการพัฒนาประเทศในช่วงนี้ ลงทุนประเทศ เพื่อจะรองรับในวันข้างหน้า สู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ หรือการพัฒนาประเทศที่ใช้งบประมาณสูงขึ้น เราต้องพัฒนารายได้ประเทศให้มากขึ้นนะครับ ถึงจะก้าวไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน”
       
       การดำเนินการดังกล่าวนั้น ผมว่าอาจจะต้องใช้เวลานะครับที่ผมทำมา 2 ปี ก็อาจจะสำเร็จได้ในระยะหนึ่งหรือระยะแรก บางอย่างก็เริ่มต้นได้ บางอย่างก็เข้าไปครึ่งทางแล้ว ทำนองนี้นะครับ อยากให้ทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันติดตามด้วย คือเราจะร่วมมือกันอย่างไรนะครับ จากทุกภาคส่วนตามแนวทาง “ประชารัฐ” อย่ามาขัดแย้งกันอีกเลย ท่านทำหน้าที่ของท่าน ตามภาระหน้าที่ของท่านไม่ว่าจะเป็นพันธะกรณีย์ หรือเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนของสากล ผมไม่ได้ขัดแย้งท่าน แต่ท่านก็อย่าลืมว่าสิ่งใดก็ตามที่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อประเทศ หรือทำให้ประเทศนั้นมีปัญหานี่ ท่านก็ต้องคำนึงถึงประเทศชาติด้วยนะครับ อยากให้มองประเทศชาติมาก่อน ในส่วนของการแก้ไข อะไรที่ไม่ถูกต้องก็มาว่ากันผมก็พร้อมจะแก้ไขให้ได้ ไม่ใช่เอาประเทศไปประจานในสิ่งที่บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง นะครับ
       
       ตัวอย่างสำคัญประการหนึ่งก็คือ “โครงการทางพิเศษสายศรีรัช –วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร” เริ่มก่อสร้างในปี 2555 แผนการก่อสร้าง 4 ปี แต่ด้วยความร่วมมือและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ไปจนถึงการบริหารจัดการ การให้บริการและด้านบำรุงรักษา รวมทั้ง รัฐบาลนี้ขอความร่วมมือจากการทางพิเศษฯ (กทพ.) และบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ (BEM) ให้ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างให้เร็วขึ้น ปัจจุบันสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ ในวันที่ 22 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมานะครับ ผมได้ไปเปิดมาแล้ว เร็วกว่าแผนงานเดิมถึง 4 เดือน นะครับ ก็ถือว่าเร็วทันใจนะครับ ไม่งันก็ช้ากันไปเรื่อยๆ ทุกโครงการ ไปไม่ได้หมด ช้าตั้งแต่ต้นก็มีนะ จัดที่ดินไม่ได้ ผ่าน EIA ไม่ได้ HEIA ไม่ได้ นั่นคือความยากนะครับในการทำงานของรัฐบาล ถึงแม้ว่ารัฐบาลนี้จะมาแบบนี้ก็ตาม มีอำนาจ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะไม่อยากไปหักด้ามพร้าด้วยเข่านะ ทุกฝ่ายตระหนักดีว่าโครงการนี้นะครับ นี่พูดถึงสะพาน และเส้นทางเมื่อกี้นี้นะ ก็เป็นส่วนหนึ่งนะครับ ของนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่มีอยู่มากมายในด้านการคมนาคมขนส่งทางบก ที่จะต้องช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร เพื่อเป็นทางเลือก ลดระยะเวลาในการเดินทางของประชาชน “ในทางตรง” พร้อมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นได้ “ในทางอ้อม” ที่ว่าอ้อมก็คือเศรษฐกิจจะดีขึ้น จะประหยัดลง ใช้น้ำมันน้อยลง สร้างก๊าซเรือนกระจกน้อยลง แล้วทำให้ไม่สิ้นเปลือง ทั้งเวลา ทั้งเงิน แล้วก็ทำให้ปลอดภัยนะครับ ก็ต้องทำแบบนี้นะครับ ค่อยๆ ทำไป เรางบประมาณจำกัด ทำทุกอย่างๆ เวลาเดียวกันแล้วก็ทำไม่ได้เพราะงบประมาณจำกัด เราเสียงบประมาณไปในช่วงที่ผ่านมาหลายเรื่องด้วยกัน ที่ไม่ค่อยมีผลเป็นรูปธรรมเท่าไรนะครับ การเชื่อมต่อ 1 สถานีระหว่างสถานีบางซื่อ สายสีน้ำเงิน กับสถานีเตาปูน สายสีม่วง ผมทราบดี ปัญหานี้มีมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนผมเข้ามา พยายามไปแก้มา 2 ปีแล้ว วันนี้ก็ต้องแก้ให้ได้นะครับ เข้าใจถึงความเดือดร้อน ทำได้ล่ะ ร่างสัญญามาแบบนั้นนะครับ ผมก็ต้องหาวิธีการทำให้เกิดขึ้นให้ได้ อย่าเพิ่งว่ากันไป กันมาเลยนะครับ ผมเข้ามาแก้ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรนั้น เราไม่ได้นิ่งเฉยเลย เดินหน้าหาจุดลงตัวให้ได้ ทั้งการวางแผนให้ครบวงจร เรื่องปัญหาทางกฎหมาย ระเบียบกฎต่างๆ มีเยอะแยะไปหมดนะ
       
       เพราะฉะนั้นเราก็อยากจะขอความร่วมมือผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายนะครับ ปัจจุบันเป็นขั้นตอนการกำหนดหลักเกณฑ์ ในเรื่องของส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสาร และการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าอีก 1 สถานีนะครับ พร้อมทั้ง การรับฟังความเห็นของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเป็นข้อพิจารณานะครับ ในการที่จะให้คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนและคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงิน เพื่อใช้ในการกำหนดกรอบเวลา วางระบบเดินรถและเชื่อมต่อ 1 สถานี นะครับ รวมถึงการเจรจากับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ (BEM) เพื่อให้เข้ามาบริหารการเดินรถส่วนต่อขยาย เชื่อมต่อโครงข่ายให้เป็นระบบเดียวกัน แล้วขอให้เร่งรัดทุกขั้นตอนนะครับ ให้เสร็จโดยเร็ว จะต้องคำนึงถึงความสะดวกของประชาชนเป็นอันดับแรก แล้วก็คำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐด้วยนะครับ เพราะถ้าใช้เงินทุนจำนวนมาก อะไรที่ทำไม่ได้ ก็ต้องทำให้ได้นะครับ ต้องหาวิธีการจนได้นะ แต่ผมก็ต้องระมัดระวังเรื่องกฎหมายนะครับ ยิ่งกว่านั้น ทุกโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งรถไฟทางคู่ –รถไฟฟ้า – รถไฟความเร็วสูง - ทางด่วน – ท่าเรือ – ท่าอากาศยาน รวมความถึงโครงสร้างพื้นฐานทาง ICT ด้วยนะครับ เหล่านั้นจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศโดยรวม ประชาชนก็มีทางเลือก มีอาชีพการงานมากยิ่งขึ้น มีโอกาสนะครับมากขึ้น แล้วเราก็จะได้พร้อมกันที่จะสนับสนุนบทบาทร่วมกัน ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในทุกมิติในอนาคต ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศนะครับ เชื่อมต่อกันหลายทาง รถไฟทางคู่ก็ทำใช้ในประเทศ รถไฟความเร็วสูง ก็ดูความจำเป็นนะครับ ว่าจะเชื่อมไปไหนก่อน วันนี้เขาก็เชื่อมกันมาหมดแล้ว ก็รอต่อที่เราด้วยนะครับ ประเทศเพื่อนบ้านก็สร้างแล้ว จะต้องต่อกันไม่อย่างนั้นสร้างไปก็ไร้ประโยชน์ ผมไม่ได้สร้างทุกเส้นในเวลาเดียวกันเมื่อไร อันนั้นเพื่ออนาคต ในประเทศก็ทำ ไม่ว่าจะเป็น 1 เมตร ไม่ว่าจะเป็นทางคู่ สวนไปมา เราก็ทำทั้งหมดนะครับ ก็ต้องแบ่งงบประมาณในการทำ เพราะหยุดอันใดอันหนึ่งไม่ได้เลย ต้องย้อนถามกลับมา ที่ผ่านมาไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ ทำไมไม่ทำแบบนี้
       
       รัฐบาลกำลังพยายามแก้ไขหลายๆ เรื่องอยู่นะครับ แม้ว่าปัญหานั้น ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดจะเกิดจากการทำสัญญาไว้เดิมๆ ก่อนที่รัฐบาลนี้ หรือก่อนที่ผมเข้ามาก็ตาม เราต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่นะครับ ต้องรอบคอบ ทั้งเรื่องกฎหมายและการเจรจากับเอกชน ต้องคุ้มค่าที่สุดนะครับ ไม่เอื้อประโยชน์อะไรต่างๆ เหล่านี้ อย่าไปมองอย่าเดียวนะ เจรจาแล้วเอื้อประโยชน์ ไม่ใช่หรอกนะครับ รัฐจะต้องไม่เสียเปรียบ แล้วทำให้เร็ว ก็ไม่อยากให้ไปพูดจากันให้เสียหายต่อไปนะครับ ไปเอื้อประโยชน์โน่นนี่ ก็ไม่มีใครทำหรอก ที่ผ่านมาสัญญาไม่ได้ระบุไว้ ใครจะทำก็เลยเกิดปัญหาขึ้นนะครับ ต้องไปทำลูป (Loop) ขึ้นมาใหม่อีกลูป (Loop) ด้วยซ้ำไป
       
       ทั้งนี้ สังคมไทย ควรเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ไว้ใจผม ไว้ใจคณะทำงานรัฐบาล เราพยายามจะแก้ไขนะครับข้อบกพร่องต่างๆนั้นจะต้องเป็นบทเรียน ต้องนำไปสู่การปฏิรูป นำสู่การพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ที่ต้องวางไว้หลายๆ แผนต่อไปนะครับทำงานให้เป็นระบบ ตามแผนงาน ตามยุทธศาสตร์ ทำให้ครบวงจร อย่าไปคิดเฉพาะต้นทาง แล้วก็ปลายทาง ตรงกลางก็สับสนอลหม่านกันไปหมดนะ ผมก็แก้ให้แทบตายอยู่นี่ บางอย่างก็สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง ขออย่ามาต่อต้านกันอีกเลยนะครับ พยายามทำทุกอย่างให้สำเร็จนั่นแหละ โดยไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ก็ขอฝากพี่น้องประชาชน รัฐวิสาหกิจ และสหภาพแรงงาน นักสิทธิมนุษยชนต่างๆ นั้นช่วยติดตาม หาความร่วมมือในการทำงานของ รัฐบาลนี้ และรัฐบาลต่อๆ ไปด้วย นะครับ เพื่อความเป็นธรรม ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงกันเลยก็เกิดอะไรขึ้นไม่ได้ เหมือนเดิมนั่นแหละ ขัดแย้งกันอยู่ที่เดิมทั้งหมด ในขณะที่รอบบ้านเขาเดินหน้าไปได้เยอะแล้วนะ
       
       ในการลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด นะครับ ที่ผ่านมา เพื่อจะไปติดตามการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล ผมก็พยายามเน้นในเรื่องของกลุ่มจังหวัดนะครับ แล้วก็จังหวัดหลักนะครับ ที่มีขีดความสามารถ มีศักยภาพ ผมได้มีโอกาสประชุมร่วมกันรับทราบ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ ของจังหวัดร้อยเอ็ด” นะครับ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันตามแนวทางประชารัฐ มีบริษัทประชารัฐจังหวัดแล้วนะครับ เพื่อจะมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับจังหวัด เนื่องจากวัยแรงงานร้อยละ 40 ละถิ่นฐาน จังหวัดร้อยเอ็ด ไปทำงาน แสวงโชคในต่างจังหวัดและในกรุงเทพฯ ทำให้เกิดการ “ขาดพลัง” ในการขับเคลื่อนจังหวัดนะครับ
       
       แนวคิดในการสร้างโอกาสสร้างรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องชาวร้อยเอ็ดในครั้งนี้ เป็นการสำรวจศักยภาพที่แท้จริงของจังหวัด อันจะต้องเป็นปัจจัย “ภายใน” ที่สำคัญ แล้วนำมาเชื่อมโยงกับปัจจัย “ภายนอก” ซึ่งมีทั้งความเสี่ยงทางธรรมชาติ มีน้ำท่วม-น้ำแล้ง ทั้งนี้นโยบายรัฐบาล “ไทยแลนด์ 4.0” นั้นจะต้องสอดคล้องกับแนวโน้มของสถานการณ์โลกอีกด้วยในเวลาเดียวกันนะครับ ทุกอย่างเป็นห่วงโซ่ถึงกันทั้งหมด
       
       สิ่งที่เราค้นพบ คือ (1) ในเรืองของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ “ทุ่งกุลาร้องไห้” วันนี้ไม่ร้องไห้แล้ว แต่ชื่อยังร้องไห้อยู่ เกือบ 1 ล้านไร่ ใน จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมี “ข้าวหอมมะลิ” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ แล้วได้รับการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชีทางภูมิศาสตร์ ที่เรียกว่า GI สำคัญที่สุดนะครับเรื่องสินค้า GI นี่ ผมก็เร่งรัดกรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว กระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว ช่วยกันดำเนินการ ที่ผ่านมาอาจจะทำได้ช้าเกินไปนะครับ ก่อนผมเข้ามา อันนี้เราจดไปแล้วตั้งแต่ปี 2550 ต่อไปก็ต้องส่งเสริมให้ขึ้นทะเบียนสินค้า GI เหล่านี้ เช่นข้าว หรืออะไรอย่างอื่นก็แล้วแต่ เพื่อส่งออกไปขายใน EU ต่อไปนะครับ หลายๆกลุ่มประเทศเขาต้องการ เราต้องทำให้ถูกต้อง ตามมาตรฐาน
       
       นอกจากนั้นต้องนำเอาวิทยาการสมัยใหม่ มาใช้ในการปรับโครงสร้างการผลิต การแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับ “ข้าวหอมมะลิแห่งทุ่งกุลาฯ” ด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ เชื่อมโยงกับเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ให้ได้ ในอนาคตนะครับ จ.ร้อยเอ็ด ของเรานั้นอาจเป็น “Rice Innopolis” ก็ได้ เกี่ยวกับเรื่องข้าว ต้องมองให้ครบวงจร ดูแลเรื่องของ New Start-up ไว้ด้วยนะครับ แล้วก็การซื้อขายผ่านทาง Internet ชำระเงินผ่านระบบ Electronics เป็นต้น เหล่านี้นะครับ เราต้องทำเป็น 2 อย่าง ยังไงก็ตาม ก็ต้องมีทั้งการเกษตร มีทั้งอุตสาหกรรม เพื่อเป็นทางเลือก หรือเป็นอาชีพเสริม เราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เลย แต่ทำอย่างไรจะไม่มีผลกระทบซึ่งกันและกัน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไม่เสียหาย คนจะได้กลับมาสู่บ้าน ลูกอยู่กับพ่อกับแม่ ทำงานในจังหวัด เหล่านี้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันหมด กรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ ก็ไม่แออัด เราขยายเท่าไรก็ไม่พอหรอกครับ ทางด่วน ทางรถไฟ รถไฟฟ้า ไม่มีพอ เพราะฉะนั้นผมว่าไปสร้างในแต่ละภูมิภาค แต่ละกลุ่มจังหวัด แต่ละจังหวัดดีกว่านะ ยังทำได้อยู่ เพราะพื้นที่ยังมีอยู่นะครับ ไม่อย่างนั้นในกรุงเทพฯ เวนคืนกันเสียหาย งบประมาณมากมายนะครับ ข้อขัดแย้งสูง
       
       (2) คือเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยว ให้เป็น “Package” นะครับ ก็คือเชื่อมโยง เชื่อมโยงกันให้ได้ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมา จ.ร้อยเอ็ด ราว 7 แสนคนต่อปี แต่วันพักเฉลี่ยเพียง 2 วันนะครับ แต่ถ้าเรามองตนเองเป็นศูนย์กลาง แล้วเชื่อมโยงเข้ากับเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยงอื่นๆ ในจังหวัดข้างเคียง ในกลุ่มจังหวัดนะครับ ผมให้แนวทางไปอย่างนั้น มาร้อยเอ็ด แล้วต้องไปที่อื่นด้วย ได้หรือไม่ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจคนได้หรือไม่ ใช้เวลามากกว่านี้หน่อย ก็ได้ทุกจังหวัดนะครับ เพราะบ้านเรานี่มีของดีๆ ทุกจังหวัด ถ้าทำลักษณะเป็น “แพ็กเก็จ ทัวร์” ก็น่าจะดีนะ สร้างแรงดึงดูดได้มากขึ้นนะครับ กระทรวงการท่องเที่ยวรับไปแล้วนะครับ เราก็อยากจะให้เป็นอย่าง ที่เขาเรียกกันว่า “สามเหลี่ยมท่องเที่ยวสาเกตนคร” คือชื่อเดิมของจังหวัดร้อยเอ็ดนะครับ ก็จะเป็นแนวคิดเริ่มต้น แล้วก็ต้องพัฒนาต่อไป จะได้ไปเชื่อมโยงกับ แพ็กเก็จ ของ การท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย มาประเทศเรา ไปประเทศเพื่อนบ้าน อะไรทำนองนี้ ในแต่ละ คลัสเตอร์นะ ของการท่องเที่ยว จะเพิ่มมูลค่า ทั้งการใช้จ่ายในพื้นที่ มูลค่าของรัฐ แล้วก็ช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านเขาด้วยนะ สนับสนุนซึ่งกันและกันนะครับ Stronger Together สิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ ก็คือเรืองของการปรับปรุงระบบการให้บริการ ความสุภาพเรียบร้อย การอำนวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัย การทำบ้านเมืองให้ “สะอาดตา น่าอยู่” ปราศจากขยะอะไรเหล่านี้นะครับ หญ้ายาวๆ ข้างถนนนี่ต้องกำจัดให้หมด หน้าบ้าน หลังบ้านนะ จะสวยงามขึ้น ง่ายๆ ทุกคนทำบ้านตัวเองก็ช่วยกันแล้วล่ะ อย่ารอเจ้าหน้าที่อย่างเดียวนะครับ เจ้าหน้าที่อาจจะไม่เพียงพอ
       
       สำหรับโครงการอื่นๆ ขนาดใหญ่นะครับ อาทิ โครงข่ายการคมนาคม และการบริหาจัดการน้ำนั้น ผมก็ได้รับเรื่องมาทั้งหมดนะครับ แล้วก็สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาว่าอะไรอยู่ในแผนงานอยู่ แล้ว อะไรที่ยังไม่อยู่ ผมก็ให้เสนองบประมาณเข้ามานะครับ ก็จะสนับสนุนงบกลางให้ทำให้ได้นะครับ แล้วก็จะเชื่อมโยงไปจังหวัดอื่นด้วย ที่เป็นกลุ่มจังหวัดเดียวกันนะครับ ไม่อย่างนั้นผมไปไม่ครบทุกจังหวัด บางจังหวัดก็เลยไม่ได้ ผมได้สั่งงานไปใหม่แล้วนะครับ ให้กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานเข้าไปดูงานของตัวเองในลักษณะเป็นกลุ่มจังหวัดนะครับ แล้วผมไปที่ไหนก็ตาม กลุ่มจังหวัดเหล่านั้นก็จะได้ไปด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง นี่คือประเด็นของผม งบประมาณตรงนี่สำคัญ ส่วนภายในมีงบประมาณปกติอยู่แล้ว ก็ว่ากันไปนะครับ ทุกจังหวัด งบบูรณาการก็ไปเอามาเพิ่มเติมกันในนั้น ในเรื่องเหล่านี้นะครับ รัฐบาลวางรากฐานไว้ทั้งหมด
       
       เราต้องต่อ “จิ๊กซอ” เหล่านี้ให้สมบูรณ์ เติมให้เต็ม ให้เป็นรูปร่างขึ้นมา ไม่ใช่ต่อกันเป็นตอนๆ ท่อนๆ แล้วก็เชื่อมกันไม่ได้ ก็เป็นภาพสวยงามไม่ได้ แหว่งๆ เว้าๆ ตรงโน้น ตรงนี้ทุกเรื่องไปเลย พี่น้องประชาชนครับสำหรับการนำพาประเทศไทยให้หลุดออกจากคำว่ากับดักรายได้ ปานกลางนั้น ไม่ง่ายแล้วก็ไม่ยาก ถ้าเราช่วยกัน โดยใช้อาศัยคำว่า “นวัตกรรม” นะครับ คือสิ่งที่เราคิดมาใหม่ ทำมาใหม่ เพิ่มมูลค่า ไม่ทำสิ่งเดิมๆ ขายเขาต่อไป เหล่านี้เป็นปัจจัยหลักนะครับ ในการที่จะพัฒนาท่ามกลางโลก “ยุคโลกาภิวัฒน์” คือโลกไร้พรมแดน วันนี้นะแคบลง มีการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร กลายเป็น “โลกไร้พรมแดน” อย่างที่ว่านะครับ สามารถจะส่งข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะดี จะร้าย จะถูกหรือผิด ทำได้ภายในเวลาเป็นวินาที หรือ “เสี้ยววินาที” เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังนะครับ การที่จะใช้ โซเชียลมีเดีย ใช้ต่างๆ พูดจา หรือเขียนในสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง หรือไม่มีหลักฐาน ออกไปถึงโลกข้างนอกด้วย แล้วเขาจะมองประเทศเราอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าใครเจตนาบริสุทธิ์ ผมไม่ว่านะ แต่บางคนเจตนาร้าย เจตนาไม่บริสุทธิ์ บางทีก็ให้ร้ายประเทศตัวเอง บุคคลเหล่านี้ไม่น่าเจริญนะ
       
       เพราะฉะนั้นเราต้องค้นหาตนเองให้เจอนะครับ ต้องเร่งพัฒนาตนเอง เดินไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นและศรัทธา ความศรัทธาสำคัญนะครับ จะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่าง ทั้งภายในและภายนอกให้ได้ ผมก็จะต้องเข้มแข็ง อดทนให้มากยิ่งขึ้นเพราะงานยังไม่เสร็จ เราต้องอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยใช้สอยอย่างคุ้มค่า ก็ต้องฝากนักสิทธิมนุษยชนด้วยนะครับ คือถ้าเราขัดขวางเรื่องนี้เรื่องโน้นไปซะทั้งหมดเลย ก็เกิดอะไรขึ้นไม่ได้ แล้วน้ำก็ท่วม ฝนก็แล้ง สร้างอะไร อุตสาหกรรมไม่ได้ สร้างแหล่งพลังงานไม่ได้ แล้วทั้งหมดบอกจะต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติแบบซ้ายสุด หรือขวาสุดนี่ ผมก็ลำบากนะ วันหน้าเราจะเดินประเทศลำบาก ผมไม่ได้หมายความว่าจะไปเอื้อประโยชน์ให้ใคร เพียงแต่ว่าต้องทำ 2 อย่างให้มีความสมดุล ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่า ต้องเดินไปด้วยกัน ไม่อย่างนั้นรายได้ประเทศไม่มีขึ้นหรอกครับ แล้วใครจะผลิตล่ะ ปลูกข้าวอย่างเดียวจะพอไหม วันหน้าปลูกข้าวไม่พอกินด้วยซ้ำไป วันนี้อาหารการกินเขาก็เน้นเรื่อง เกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ของเราทำได้ไหมล่ะ เราทำได้โอเค จะไปขายใคร เพราะต่างประเทศเขาก็ทำเหมือนกัน บางประเทศเขาไปลงทุนปลูกในประเทศที่แรงงานถูก หนักขึ้นเรื่อยๆ เราจะสู้เขาไหวไหม ถ้าเราไม่ปรับปรุงตัวเองวันนี้ ไปไม่ได้แน่นอนนะครับ เราจะทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น โดยที่กลไกตลาดโลกต่ำ ผมก็ไม่เห็นวิธีการนะครับ วิธีการที่เขาทำผ่านมาก็เห็นแล้ว ปัญหาเกิดอะไรขึ้น
       
       เราอย่าไปบิดเบือนเลยนะครับ เรามาช่วยกันให้ทุกคนเข้มแข็งด้วยการสร้างพลัง ร่วมมือกันและแก้ไขตัวเอง เพราะฉะนั้นลูกหลานมาทำงานต่างจังหวัดมีปัญหา พ่อแม่ก็ไม่มีแรง ต้องเช่า ต้องซื้อ ต้องโทรศัพท์สั่งงานตลอด แล้วระหว่างนั้นก็ไม่มีเงินใช้ ต้องกู้หนี้ยืมสินเข้ามา ต้องขายข้าวเอาเงินมาใช้หนี้ แล้วถามว่าเมื่อไหร่จะเจริญเติบโตขึ้นมาได้ ลูกหลานก็ไม่ได้กลับบ้านกันพอดี เหล่านี้เป็นปัญหาสังคมต่อไปด้วยนะครับ เราจะต้องร่วมมือกันสร้างทรัพยากรมนุษย์ของเรา วันนี้สร้างด้วยการเรียนรู้นะครับมันไม่สายเกินไปหรอกนะ มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ คนเฒ่าคนแก่ เด็ก ผู้หญิง คนชรา ได้หมด อ่านหนังสือเอา เรียนการศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) เอา ที่กำลังเรียนอยู่ก็ไปมหาวิทยาลัย ไปอาชีวะนะ
       
       เราต้องสร้างทั้งคนดี คนเก่ง ฉลาด มีคุณค่า มีคุณธรรม นะครับ เราถึงจะมีองค์กรที่มีจริยธรรม มีรัฐบาล หรือมีประเทศที่เป็นธรรมาภิบาลนะ มัน มัน ทุกอย่างมันเริ่มจากคนทั้งสิ้นนะ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ก็ตาม นะครับ เราต้องใส่ใจ ให้การสนับสนุน ทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน เชื่อมโยงกัน เกื้อกูลกัน ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ สตาร์ทอัพด้วยนะครับ เอสเอ็มอีทั้งหมดหละ มันเป็นห่วงโซ่เดียวกันทั้งหมด ควา

 
 
ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ : “ประยุทธ์” ย้ำไม่ต้องการเช็กบิล - สืบทอดอำนาจการเมือง ปรามอย่าวิจารณ์ปมภาคใต้มั่วซั่ว
กรุณาใช้คำสุภาพ ไม่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่หมิ่นประมาท หรือกล่าวร้ายผู้อื่น
 

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ  
:::ข่าวยอดนิยม :::