กระบี่ - ปปช.ล่อจับรองนายก อบต.เกาะลันตาใหญ่ เรียกรับสินบนจากบริษัทเอกชนแลกกับการรังวัดที่ดิน มูลค่า 20 ล้าน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ยืนยันไม่มีการเรียกรับเงินแต่อย่างใด
เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ ( 18 ก.ค. ) พ.ต.อ.อิทธิพล กิจสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พ.ต.ท.ชัชวาล นิลจันทร์ รรท.รอง ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8 พ.ต.ต.ประภาส ศรีสังข์จร สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.8 พ.ต.ต.ภูวเสฐร์ ชำนินา สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.8 ร.ต.อ.นิมิต สุขประเสริฐ รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.8 ได้ควบคุมตัว นายอนุสรณ์ หรือแก้ว หวังผล อายุ 49 ปี ตำแหน่ง รอง นกยก อบต.เกาะลันตาใหญ่ มาทำการสอบสวน ที่ สภ.อ่าวนาง พร้อมด้วยของกลาง จำนวน 6 รายการ
ประกอบด้วย ธนบัตรฉบับละ 1 พันบาทจำนวน 2,000,000 บาท ถุงกระดาษของโรงแรมแห่งหนึ่ง จำนวน 1 ถุงโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซัมซุง สีดำ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ ซัมซุง สีขาว จำนวน 1 เครื่อง หลังถูกจับกุมในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิด ความเสียหายเพื่อผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย ทุจริต เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตน เองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง กรรโชกทรัพย์
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ กรรมการบริษัทไทยวัฒนา แอสเซ็ท จำกัดได้มาแจ้งกับพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ว่า ได้ตกลงของซื้อที่ดินจาก นางวราภรณ์ หัวเถาลม ผู้จัดการมรดกนายหมีด กสิกุล จำนวน 2 แปลง แปลงแรก ตามโฉนดเลขที่ 9516 ในพื้นที่ ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เนื้อที่ ไร่ 2 งาน 73 ตารางวาเศษ แปลงที่ 2 ตามโฉนดเลขที่ 9515 เนื้อที่ 42 ไร่ เศษ
ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคือนายอนุสรณ์ หวังผล รองนายก อบต.เกาะลันตาใหญ่ กับพวกได้มาเรียกเงินจำนวน 20 ล้านบาท จากนายสุทัศน์ฯ โดยอ้างว่าที่ดินตามโฉนดทั้ง 2 แปลงดังกล่าวอยู่ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ จะต้องทำการรางวัดชี้แนวเขตกันใหม่ ให้อยู่ในเขตพื้นที่สาธารณะประโยชน์ และนัดหมายมารับเงินจำนวน 20 ล้านบาท ในเขตพื้นที่ตำบลอ่าวนาง โดยนายสุทัศน์ฯได้เตรียมเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมถ่ายสำเนาธนบัตรใบละ 1,000 บาท ไว้จำนวนหนึ่ง และได้เตรียมเช็คจำนวน 3 ฉบับ สั่งให้จ่ายคุณอนุสรณ์ หวังผล แบ่งเป็นจำนวน 10,000,000 บาท 1 ฉบับ เช็ค จำนวน 5,000,000 บาท 1ฉบับ และ จำนวน 3,000,000 บาท1ฉบับ
โดยนายสุทัศน์ฯได้ถ่ายสำเนาภาพถ่ายเช็คดังกล่าวและได้ลงลายมือชื่อ รับรองในเสาเนาภาพถ่ายธนบัตรและสำเนาภาพถ่ายเช็คทุกฉบับมอบให้เจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาลงประจำวันและมอบให้พนักงานสอบสวนใช้เป็นพยานหลักฐานฯ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชุมวางแผนการจับกุม ที่ได้มีการนัดหมายไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ได้วางกำลังประจำจุด โดย พ.ต.อ.อิทธิพล กิจสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. เข้าไปนั่งโต๊ะข้างๆใกล้ๆกับจุดที่สุทัศฯฯและนายอนุสรณ์ฯขณะนั่งเจรจากัน อยู่พร้อมกับได้บันทึกการสนทนาไว้โดยตลอด จากนั้นประมาณ 30 นาที นายสุทัศน์ฯได้ส่งมอบถุง1ใบ ข้างในบรรจุเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมด้วยเช็คจำนวน 2 ฉบับ ส่งมอบให้กับนายอนุสรณ์ฯ
เมื่อนายอนุสรณ์ฯได้รับซองบรรจุเงินสดและเช็คแล้วนายอนุสรณ์ฯก็ได้ เดินมาที่ลานจอดรถบริเวณหน้าโรงแรมซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่นั่งเจรจาประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้นและจับกุมตัวพร้อมกับแจ้งข้อ กล่าวหาให้ทราบว่า เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สิน กรรโชกทรัพย์
เบื้องต้น นายอนุสรณ์ฯปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา โดยกล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวเมื่อ 2 ปีก่อน ได้มีการออกโฉนดที่ดินโดยตนเป็นผู้หนึ่งในการนำชี้แนวเขตรับรอง และทางเจ้าของที่บอกว่าจะให้เงินจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รับเงินใดๆ ต่อมาในวันที่ 21 ก.ค.59 นี้ ทางคณะกรรมการชี้แนวเขตจะเข้าไปตรวจวัดแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ หรือที่ นสล. เนื้อที่ 400 ไร่ ในพื้นที่ ม.5 ต.เกาะลันตาใหญ่ ซึ่งเป็นแปลงที่มีโฉนดดังกล่าวทับซ้อนอยู่ ทางเจ้าของที่ดินก็ได้ติดต่อมาที่ตนอีกครั้ง จะขอคุย โดยได้นัดหมายกันที่โรงแรมแห่งนี้ และทางเจ้าของก็ได้นำเงินมาให้ ซึ่งตนก็รับไว้ แต่ไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด ปัจจุบัน ที่ นสล.แปลงดังกล่าวได้มีการแอบนำไปออกโฉนดแล้วหลายแปลง
ที่มา : manager.co.th