มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า เปาโล ฟอนเซก้า จะเข้ามาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของ โรม่า โดยได้สัญญา 2 ปี หลังจากก่อนหน้านี้ทางต้นสังกัดได้ประกาศแยกทางกับ อูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ ไปแล้ว
ประวัติพอสังเขป
เปาโล ฟอนเซก้า มีชื่อเต็มว่า ‘เปาโล อเล็กซานเดร โรดริเกส ฟอนเซก้า’ เกิดวันที่ 5 มีนาคม 973 ปัจจุบันอายุ 46 ปี เป็นชาวโปรตุกีสตั้งแต่กำเนิด ส่วนสูง 188 เซ็นติเมตร สมัยเป็นนักเตะเจ้าตัวประจำการในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ก่อนจะเริ่มเส้นทางโค้ชในปี 2005
เส้นทางค้าแข้ง
ไม่แปลกที่คนทั่วไปจะไม่รู้จัก เปาโล ฟอนเซก้า เพราะสมัยเป็นนักเตะเขาไม่ใช่คนที่โด่งดังหรือราศีจับแต่อย่างใด ตั้งแต่ปี 1991-2005 เขาเคยผ่านการค้าแข้งกับ บาร์เรเรนเซ่, ปอร์โต้ (ไม่เคยได้ลงเล่นเลยสักนัดช่วงปี 1995-98), เลก้า, เบเลเนนส์, มาริติโม่, วิตอเรีย กิมาไรส์ และ เอสเตล่า อมาโดร่า และก็ไม่เคยติดทีมชาติโปรตุเกสเลยด้วย โดยช่วงชีวิตค้าแข้งของเขานั้นไม่ได้สวยหรูเลยสักนิด ไปอยู่ไหนก็เป็นได้แค่ส่วนเกิน
เส้นทางกุนซือ
เมื่อเอาดีด้านเป็นนักเตะไม่ได้ ฟอนเซก้า เลยตัดสินใจรีไทร์เก็บรองเท้าสตั๊ดใส่ลิ้นชักไว้ที่บ้าน และหันมาโฟกัสกับงานด้านกุนซือ โดยเริ่มจาก เอสเตล่า อมาโดร่า ทีมสุดท้ายในอาชีพของพี่แกนั่นแหละโดยเริ่มจากชุดเยาวชน ซึ่ง ณ ตอนนั้นเจ้าตัวอายุแค่ 32 ปีเท่านั้น
เขาทำผลงานได้ค่อนข้างกับทีมเล็กๆ อย่าง ดีเซมโบร, โอดิเวลาส, ปินญัลโนเวนเซ่ กับ อาเวส ก่อนที่ปี 2012 จะไม่ได้งานอาชีพอย่างเต็มตัวครั้งแรกกับ ปากอส เด เฟเรร่า และก็ทำผลงานได้ดีเกินคาดด้วยการพาทีมจบอันดับ 3 คว้าตั๋วไปเพลย์ออฟ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก จนกระทั่งปีต่อมาถูกยักษ์ใหญ่อย่าง ปอร์โต้ ทาบทามไปคุมทัพ
ผลงานกับ ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค
จากนั้นปี 2016 เปาโล ฟอนเซก้า ได้เจอประสบการณ์ใหม่ในต่างแดนเป็นครั้งแรกกับ ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค และก็แจ้งเกิดจนเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น ปีแรกของเขาสามารถดับความหวัง ดินาโม เคียฟ ในการป้องกันแชมป์ลีก พร้อมกับทะยานคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในปีนั้น
ผลงานใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ฤดูกาล 2016-17 : ได้เล่นรอบคัดเลือกรอบ 3 เจอกับ ยังบอยส์ สกอร์รวม 2 นัด 2-2 (ชัคเตอร์ แพ้จุดโทษ)
ฤดูกาล 2017-18 : ได้เล่นรอบแบ่งกลุ่ม และจบเป็นอันดับ 2 เหนือ นาโปลี กับ เฟเยนูร์ด กอดคอเข้ารอบน็อคเอาท์ไปพร้อมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะแพ้ โรม่า ด้วยกฏอเวย์โกล์ (สกอร์รวมเสมอ 2-2)
ฤดูกาล 2018-19 : ได้เล่นรอบแบ่งกลุ่ม และจบเป็นอันดับ 3 ในกลุ่ม เอฟ ทำให้ต้องหล่นไปเล่น ยูโรปา ลีก แทน ส่วนอันดับ 1-2 ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ โอลิมปิก ลียง