ผ่านค่ำคืนที่สุดแสนมหัศจรรย์ ที่ยากจะสรรค์หาถ่อยคำมามาเรียงร้อยเพื่อบรรยายทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่สนามแห่งนี้กับ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล บนผืนหญ้าที่ แอนฟิลด์ ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศกับ บาร์เซโลน่า
นั่นคือแมตซ์ที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ของขุนพลนักเตะ เดอะ เร้ด แมชชีน ซึ่งต้องบอกว่านี่คือเกมที่เราได้ประสบการณ์ที่สุดแสนจะล้ำค่า
"สงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร" ประโยคนี้สุดแสนจะคลาสสิคแต่เชื่อมั้ย ? ว่าคำสั่น ๆ แต่ความหมายยาวเกินจะพรรณนา
จงตระหนัก และพึงระลึกไว้อยู่เสมอว่า อย่ายอมแพ้อะไรง่าย ๆ อย่าเดินหันหลังให้กับทีมที่ตัวเองบอกว่ารักสุดหัวใจไปแบบหมดอะไรตายอยากเพียงเพราะว่าสกอร์นัดแรกจบที่ 3-0
เคยดูภาพยนต์เรื่อง อเวนเจอร์ กันมั้ยครับ จอมเวทย์มหากาฬ ด็อกเตอร์ สเตรนจ์ ค้นพบเพียง 1 ใน 14 ล้านวิธีที่จะหยุด ทานอส ในตอน อินฟินิตี้ แต่สุดท้ายความมุ่งมั่นและพยายามของพวกเขาก็เป็นผลสำเร็จในตอนล่าสุด เอนด์เกมส์
ตราบใดที่สงครามฟุตบอลยังไม่มีเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน ก็จงอย่าล้มเลิกความพยายามเอาเสียง่าย ๆ
ตราบใดที่หนทางยังพอมี แม้จะเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ก็จงอย่าละทิ้งหนทางที่ว่านั้นเลยครับ
เพราะตราบใดที่พวกเรายืนยันจะสู้ต่อ เชื่อสิครับว่า "เราทำได้" ทางรอดอันน้อยนิดพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเราเสมอ
อย่าให้ใครมองข้ามเราง่าย ๆ จงสั่งสอนพวกเขาเหล่านั้นว่า นี่คือ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทีมที่เคยเขียนเรื่องราวประวัติศาสตร์สุดแสนประทับใจเมื่อ 10 กว่าปีก่อน กับเวลาเพียง 45 นาทีที่ อิสตันบูล ในครึ่งหลัง
แอนฟิลด์ สเตเดี้ยม สนามแห่งนี้เคยผ่านการ คัมแบ็ค แบบช็อคโลกมาแล้วในศึก ยูโรป้าลีก รอบรองชนะเลิศกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
แล้วทำไมต้องหาเหตุผลด้วยว่า เรื่องราวทำนองแบบนั้นจะเกิดขึ้นอีกไม่ได้