ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของ ปอล ป็อกบา ดาบิด เด เคอา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ถือเป็นข่าวสำคัญของ ยูไนเต็ด ในช่วงหลัง เพราะถือได้ว่าทั้ง 3 คนนี้นับเป็นแกนหลักของทีม โดยเฉพาะ 2 คนแรกที่น่าจะเป็นนักเตะระดับ 'เวิลด์คลาส' ที่หลงเหลืออยู่ในทีมตอนนี้
ทางสโมสรก็คงไม่บ้าจี้รั้งตัวและยอมจ่ายค่าเหนื่อยหาศาลหรือต่อสัญญาฉบับใหม่ที่ให้เงินเพิ่มกับบรดานักเตะเหล่านี้อย่างแน่นอน หนทางที่ดีที่สุดคือการขายเอาเงินมาซื้อนักเตะใหม่ และเป็นการลดภาระค่าเหนื่อยไปอีกทาง
บรรดาซุป'ตาร์ เหล่านี้ก็ไม่น่าจะอยู่ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อไป เพราะพวกเขาใหญ่เกินจะลงเล่นใน ยูโรป้าลีก และไม่น่าจะชอบสถานการณ์ที่ต้องมาลุ้นอันดับ 3-4 ทุกปีแบบนี้
ยังมีนักเตะที่อยู่ในข่ายที่จะโดนโละหรือขอไปเองอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ เอริค ไบญี และ โรเมลู ลูกากู ที่ก็มีข่าวแพลม ๆ ออกมาในช่วงท้ายซีซันเช่นกัน
ที่เหลือก็ต้องวัดใจ โซลชา ว่าจะรั้งเอาไว้ได้มากน้อยขนาดไหน
2. ขายง่าย-ซื้อยาก
เมื่อมีการจากไปก็ต้องมีการดึงตัวเข้ามา เงินที่ได้จากการขายสตาร์อาจจะมากมายเกือบ 200 ล้านปอนด์ แต่กับทีมที่ไม่ได้ไป แชมเปี้ยนส์ลีก นักเตะระดับ เปาโล ดิบาลา แกเร็ธ เบล ฟิลิปเป้ คูตินโญ แฮร์รี แม็คไกวร์ หรือ โทบี้ อันเดอร์ไวเรลด์ ยังอยากจะย้ายมาหาความท้าทายใน ยูโรป้าลีก อย่างนั้นน่ะหรือ
โซลชา อาจจะต้องหันไปมองพวกเกรด B ที่พร้อมจะรุ่งในทีมเล็ก ๆ แล้วเอามาปั้นต่อ ค่าตัวราว ๆ 30-40 ล้านปอนด์ น่าจะพอไหว เหมือนที่ คล็อปป์ ซื้อนักเตะ อย่าง ซาดิโอ มาเน มาปั้นจนโด่งดัง
มานูเอล ลานซีนี และ ดีแคลน ไรซ์ จาก เวสต์แฮม หรือ จามาล ลาเซลเลส เซ็นเตอร์แบ็คของ นิวคาสเซิล และอีกหลาย ๆ คนที่โชว์ฟอร์มได้ดีให้ต้นสังกัด อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณา และเมื่อผสมผสานกับนักเตะชุดเดิมบางคนและดาวรุ่งที่พร้อมแจ้งเกิดในทีม อาจจะทำให้ กุนซือเบบี้เฟซ ค้นพบทีมที่ลงตัวก็เป็นได้
3. ตัดงบค่าเหนื่อย
หาก ปีศาจแดง ชวดพื้นที่ UCL ทางบอร์ดบริหารมีนโยบายจะลดเงินค่าเหนื่อยของนักเตะลงคนละ 25% ซึ่งแน่นอนว่ามันจะกระทบในทุก ๆ ด้าน ทั้งการรั้งสตาร์ในทีม การยื่นข้อเสนอให้นักเตะใหม่ และแรงจูงใจในการลงสนาม
แต่ระดับ ยูไนเต็ด ทีมที่เคยมีมูลค่าสูงสุดในโลกฟุตบอล พวกเขาน่าจะยังคงมีเครดิตที่ดีพอจะประคับประคองทีมต่อไปอย่างน้อย 1-2 ซีซัน ด้วยการขายสตาร์ในทีมบางคน และการเพิ่มเงินโบนัสหรือ Add-On ในสัญญา เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ทีมทำผลงานให้ดีในซีซันหน้าได้
แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลงานในฤดูกาลหน้าด้วยว่าจะสามารถพาทีมกลับไปสู่จุดที่ต้องการได้หรือไม่ เพราะถ้ายังคงวนวเียนกับการเล่น ยูโรป้าลี กต่อไป พวกเขาจะเสียหายด้านการเงินมากกว่านี้อีกเยอะ
4. ทีมใหม่ที่ลงตัวกว่าเดิม?
หลายคนพูดถึง 'เฟอร์กี้สปิริต' หรือ จิตวิญญาณของ เฟอร์กูสัน ซึ่งมีรากฐานมาจากนักเตะดาวรุ่งและนักเตะท้องถิ่น ผสมผสานกับดาวเตะระดับท็อป และการเล่นที่เปิดเกมบุกสนุกสนานเร้าใจ ซึ่งเราอาจจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในซีซันหน้า
โซลชา น่าจะทำงานได้ดีกับทีมที่ไม่มีสตาร์ใหญ่คับฟ้า และเขาอาจจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการด้วยการให้โอกาสนักเตะเยาวชนขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ และการใส่เกมรุกบุกแหลกให้กับทีม แล้วค่อย ๆ ปรับจูนไปทีละนิด
เมื่อไม่มีใครใหญ่ที่สุดนอกจากผู้จัดการทีม เร้ดเดวิลส์ ก็อาจจะทำผลงานได้อย่างสะเด่าอารมณ์ และไล่บี้คู่ต่อสู้ด้วยสปิริตท่านเซอร์ที่ถูกถ่ายทอดจากศิษย์เอกอย่าง 'น้าลูกอม' ก็เป็นได้
5. พิสูจน์กึ๋น โอเล
ซีซันหน้าจะเป็นการได้คุมทีมแบบเต็มสูบของ โซลชา ซึ่งเจ้าตัวน่าจะได้เห็นจุดที่ต้องปรับปรุงและแก้ไขมากมายในฤดูกาลนี้
กุนซือนอร์วีเจี้ยนจะได้เตรียมทีมอย่างเต็มที่ในช่วงซัมเมอร์ วางแผนงานอย่างเต็มรูปแบบ และกำหนดทิศทางของทีมได้ เรียกได้ว่าเป็งานหนักที่รออยู่ แต่ดีตรงที่เขาได้สัมผัสทีมมาแล้ว และรู้แล้วว่าจะต้องเจออะไรบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ยทอดออกมาในช่วงพรีซีซัน
เราจะได้เห็นการทำหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบของ โซลชา และผลงานที่ออกมาในฤดูกาลหน้าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาดีพอที่จะสืบสานตำนานของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรือไม่