ข่าวทั่วไป เศรษฐกิจ สังคม
“หญิงไก่ วันทนีย์” พบ ตร.ให้ปากคำ ปัดไม่รู้จัก “หมอหยอง” ด้านอดีตลูกจ้างทยอยแจ้งความกลับ
1/07/2559 18:48:12 เปิดอ่าน : 623



        MGR Online - “หญิงไก่ วันทนีย์” ไฮโซ เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามแสดงความบริสุทธิ์ใจ ปัดไม่เคยรู้จัก “หมอหยอง” ด้านอดีตลูกจ้างทยอยแห่เดินทางเข้าแจ้งความกลับพร้อมแฉพฤติกรรม
       
       วันนี้ (1 ก.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 11.00 น. นางไก่ (นามสมมติ) อดีตนายจ้างของพ่อแม่น้องก้อย น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า ที่ตกเป็นข่าวดำเนินคดีลูกจ้างในฐานความผิดลักทรัพย์ ได้เดินทางมาพร้อมนายธนบดี เสประธานนท์ ทนายความ เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐปกรณ์ ปัญญาดี สารวัตร (สอบสวน) กก.1 บก.ป.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
       
       นางไก่กล่าวว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันและแสดงความบริสุทธิ์หลังจาก มีกระแสข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าตนนั้นกลั่นแกล้งอดีตลูกจ้างจนเป็น เหตุให้ถูกดำเนินคดี พร้อมทั้งมีการระบุว่าทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเตรียมออกหมายจับตนในข้อ หาแจ้งความเท็จ ตนยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรผิด และมาเพื่อแสดงตนว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน พร้อมต่อสู้กับคดีความที่เกิดขึ้น ในส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าน่าจะถูกอดีตลูกจ้างกลั่นแกล้งเช่น กัน แต่ขอไม่ระบุถึงสาเหตุดังกล่าวว่าเหตุใดถึงถูกกลั่นแกล้ง พร้อมขอความเห็นใจและให้ผู้สื่อข่าวลองนึกย้อนดูว่าอดีตลูกจ้างที่มีปัญหา ทางคดีกับตนมาทำงานโดยใช้เวลาสั้นเพียง 10 วันเท่านั้น ในขณะที่ลูกจ้างที่อยู่กันมา 2-3 ปีขึ้นไปกลับไม่มีปัญหาใดๆ
       
       นางไก่กล่าวต่อว่า นอกจากภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่ยืนยันว่าคู่กรณีมีการ กระทำความผิดจริงแล้วนั้น ตนก็ยังมีหลักฐานอื่นๆ แต่ไม่ขอเปิดเผยเกรงว่าจะเสียรูปคดี ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้รวบรวมมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินที่หายไปแล้ว แต่ในส่วนนี้ขอไม่เปิดเผย ยืนยันว่าไม่รู้สึกเครียด ไม่รู้สึกกังวลใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับพูดติดตลกต่อหน้าสื่อว่า “จะให้ร้องเพลงให้ฟังไหม”
       
       ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกรณีที่คู่กรณีอ้างว่าในระหว่างที่ทำงานต้อง หมอบคลานเข้าไปนั้น อดีตนายจ้างชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ตรวจสอบได้กับลูกจ้างตนได้ทุกคน
       
       ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าปัจจุบันใช้ชื่ออะไร นางไก่เปิดเผยว่า ไม่ได้ชื่อมณตา วันทนีย์ หรือสุชาดา แต่ไม่ขอเปิดเผย
       
       ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเกี่ยวพันกับคดีทุจริต เครื่องราชฯ ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เรื่องนี้นางไก่ได้ชี้แจงว่า โดยส่วนตัวไม่เคยรู้จักหรือพบเจอหน้าหมอหยองแต่อย่างใด เคยแต่พบเจอตามสื่อเท่านั้น รวมทั้งให้ไปตรวจสอบได้เลย ตนไม่เคยถูกดำเนินคดีใดๆ มาก่อน
       
       นางไก่กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าจะไม่ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีใดๆ ต่อผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าวเกี่ยวข้องกับตน เนื่องจากผู้สื่อข่าวมีหน้าที่ค้นหาความจริงเพื่อตีแผ่ให้สังคมรับรู้ แต่ในส่วนบุคคลอื่นตนยังไม่ขอเปิดเผย ขอปรึกษาทนายความก่อนว่ามีบุคคลเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ และสามารถแจ้งความกลับในประเด็นใดได้บ้าง รวมทั้งทนายสงกานต์ด้วย ขอเวลาอีก 3 วันจะออกมาแถลงข่าวเพื่อตอบคำถามที่สังคมสงสัย ทั้งในเรื่องส่วนตัว และเรื่องคดีความ ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง เป็นไปด้วยความถูกต้องและมีหลักฐานพร้อมชี้แจง
       
       ต่อมาเวลา 12.30 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ในฐานะประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำนายชูเกียรติ ใจกล้า และนางประภาพร ทองเฟื้อง แล น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย ที่ถูกนางไก่นายจ้างแจ้งความในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างกว่า 10 ล้านบาท เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ก่อเหตุใน ลักษณะดังกล่าว
       
       นายสงกานต์เปิดเผยว่า จะพาผู้เสียหายมาแจ้งความนางไก่ในข้อหาแจ้งความเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่นต้อง โทษอาญา พร้อมยืนยันว่ามีพยานหลักฐานที่สามารถดำเนินคดีต่อนางไก่ได้อย่างแน่นอน
       
       ขณะที่นางประภาพรกล่าวว่า ได้เข้าทำงานกับนางไก่ผ่านการแนะนำจากเพื่อนบ้าน และได้เข้ามาพร้อมกับสามี และบุตรสาว โดยทำงานได้กว่า 24 วัน และนางไก่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการเดินทางและที่พักให้ทั้งหมด แต่จะหักจากเงินเดือนที่ได้รับ ช่วงแรกนางไก่ก็ปกติ แต่เมื่อได้เจอน้องก้อย ลูกสาวตน นางไก่พยายามขอให้ตนยกลูกสาวเป็นลูกบุญธรรมเพื่อจะให้ไปทำงานดูแลผู้ใหญ่ ผู้มีชื่อเสียงที่ประเทศฮ่องกง โดยอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 2-5 ล้านบาท แต่ตนและลูกสาวยังไม่ยินยอมเนื่องจากอยากให้ลูกเรียนหนังสือก่อน ทำให้นางไก่ไม่พอใจและข่มขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดีฐานลักทรัพย์นายจ้างต่อตน ด้วยความกลัวตนจึงตัดสินใจเก็บของใช้ส่วนตัวหนีออกทางบันไดหนีไฟตามที่เห็น ในภาพวงจรปิดที่นางไก่นำมาแสดงต่อสื่อมวลชน ยืนยันว่าไม่ได้นำทรัพย์สินของนางไก่ออกมา กระเป๋าที่เห็นนั้นก็เป็นกระเป๋าเสื้อผ้าที่ตนนำมาจากต่างจังหวัด
       
       ขณะที่นายชูเกียรติกล่าวว่า นางไก่ได้ให้มาทำงานที่ร้านรับล้างรถย่านประชานิเวศน์ โดยครั้งแรกว่าจ้างในราคารวันละ 800 บาท แต่เมื่อมาทำจริงให้ค่าตอบแทนวันละ 500 บาทเท่านั้น โดยตนทำงานได้เพียง 22 วันก็เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นจึงหยุดทำงาน
       
       ด้านนายสงกานต์เปิดเผยต่อว่า ได้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อสอบถามข้อมูลว่านางไก่มีพฤติกรรมเข้าข่ายอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ข้าม ชาติหรือไม่ และเตรียมนำพยานหลักฐาน และพยานบุคคลอีก 15 ปากเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน รวมทั้งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะแจ้งความนางไก่ในข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เพิ่มเติมหรือไม่ เพราะนางไก่มีพฤติการณ์แอบอ้างสถาบันฯ และบุคคลสำคัญหลายราย
       
       นอกจากนั้นจะมีผู้เสียหายจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ในข้อหาแจ้งความเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่นต้องโทษทางอาญา เพราะถูกนางไก่ดำเนินคดีลักทรัพย์นายจ้างเช่นเดียวกัน
       
       อย่างไรก็ตาม หลังมีการนำเสนอข่าวพ่อแม่น้องก้อยออกไป มีผู้เสียหายหลายรายติดต่อเข้ามา รวมทั้งมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เชื่อได้ว่านางไก่มีการชักชวนหญิงสาวไปทำงาน ที่ฮ่องกงด้วยเหตุใด โดยหนึ่งในนั้นมีนาวาเอกนายหนึ่งได้ระบุว่าลูกสาวก็เคยถูกชักชวนในลักษณะดัง กล่าว และในวันที่ 2 กรกฎาคมจะเดินทางให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามในฐานะพยาน
       
       โดยกระบวนการหลังจากนี้หลังจากสอบปากคำพ่อแม่น้องก้อยเสร็จแล้ว พนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะประสานงานกับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อมอบตัว และนำพยานหลักฐานให้พิจารณาในการขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ใน การประกัน เนื่องจากการแจ้งความของนางไก่มีข้อพิรุธสงสัย
       
       ต่อมาเวลา 13.15 น. น.ส.จันทนา คชคงไทย หรือหนูนา อายุ 25 ปี และนายธนาธิป ศรีสิงห์ อายุ 32 ปี สองสามีภรรยาชาวแม่ฮ่องสอน พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี เดินทางเข้าพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อเป็นพยานให้กับคดีที่พ่อแม่ของน้องก้อยถูกอดีตนายจ้างแจ้งความในข้อหา ลักทรัพย์นายจ้างกว่า 10 ล้านบาท พร้อมแจ้งความกลับนางไก่หลังเคยถูกนางไก่แจ้งความดำเนินคดีลักษณะเดียวกัน
       
       น.ส.จันทนากล่าวว่า ตนเคยทำงานเป็นผู้ติดตามนางไก่ตั้งแต่ปี 2551 ขณะนั้นตนอายุ 17 ปี กระทั่งปี 2553 ตนเดินทางกลับบ้านที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อไปหาแฟน โดยไม่แจ้งนางไก่ให้ทราบ เมื่อนางไก่ทราบภายหลัง จึงโทรศัพท์มาบอกว่าเครื่องเพชรหายและเชื่อว่าตนเป็นผู้ขโมย พร้อมแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น ในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ติดต่อมายังตนพร้อมระบุว่าตนถูกดำเนินคดีจึงรีบเดินทางกลับมาที่ สน.ประชาชื่น และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่นางไก่ได้ข่มขู่ว่าหากไม่รับสารภาพจะดำเนินคดีต่อพ่อแม่และแฟนของตน จึงยอมเซ็นรับสารภาพ ก่อนที่นางไก่จะประกันตัวให้ในชั้นพนักงานสอบสวนวงเงิน 1 หมื่นบาท และเมื่อเข้าสู่กระบวนในชั้นศาล นางไก่ได้ประกันตัวให้ตนอีก 3 หมื่นบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามกลับบ้าน และจะต้องทำงานติดตามนางไก่ไปทุกที่ รวมถึงไม่ให้พกโทรศัพท์ติดต่อกับที่บ้าน ระหว่างนั้นนางไก่ได้พยายามชักชวนให้ตนเดินทางไปประเทศฮ่องกงเพื่อเป็นผู้ ติดตาม และบอกว่าจะได้เงินเป็นหลักล้าน เมื่อถึงขั้นตอนการทำพาสปอร์ต ตามระเบียบพ่อแม่ต้องเซ็นยินยอมเนื่องจากอายุยังไม่ถึง 20 ปี แต่พ่อแม่ตนกลับปฏิเสธ ตนจึงไม่ได้เดินทางไปประเทศฮ่องกง กระทั่งวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 ตนจึงถูกศาลตัดสินให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน
       
       น.ส.จันทนากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ระหว่างถูกจำคุก นางไก่ได้ส่งตัวแทนมาเยี่ยมเพียง 1 ครั้ง พร้อมฝากเงินให้ 1,000 บาท กระทั่งพ้นโทษจนถึงปัจจุบันก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก หลังพ้นโทษตนมีความยากลำบากในการหางานทำเนื่องจากตนมีประวัติต้องโทษลัก ทรัพย์นายจ้าง ทั้งที่ไม่เคยทำความผิดและเป็นผู้บริสุทธิ์ วันนี้จึงจะฟ้องดำเนินคดีกลับนางไก่ในข้อหาแจ้งความเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่น ต้องโทษในคดีอาญา พร้อมเรียกร้องเงินค่าเยียวยาระหว่างถูกจำคุก
       
       ด้านนายธนาทิปกล่าวว่า หลังจากที่หนูนาถูกแจ้งความดำเนินคดี ตนก็ถูกแจ้งความเช่นกัน แต่ตนไม่ยอมรับสารภาพเพราะไม่ได้กระทำผิด ตนจึงติดต่อไปยังนายศรีสุวรรณ สรศักดิ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประชาบดี จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เข้าช่วยเหลือ ต่อมานางไก่และพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น จึงระบุว่าจะกันตนไว้เป็นพยาน ก่อนที่ สน.ประชาชื่นจะอ้างว่าตำรวจจังหวัดนครสวรรค์มีหลักฐานยืนยันว่าตนและหนูนา เอาทองไปขายในจังหวัดนครสวรรค์ ตนจึงท้าขอดูหลักฐานและขอชื่อตำรวจนครสวรรค์ที่ให้ข้อมูล แต่ตำรวจก็ไม่มีรายละเอียดดังกล่าว ทั้งนี้ ระหว่างที่หนูนาได้รับประกันตัว และทำงานกับนางไก่ ตนถูกกีดกันไม่ให้พบเจอกันกว่า 10 เดือน และต้องรอให้หนูนาเป็นผู้โทรศัพท์มาเท่านั้น ส่วนมูลเหตุที่นางไก่แจ้งความตนเชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะโกรธที่หนูนาแอบเดิน ทางกลับไปหาตน เพราะนางไก่เอ็นดูและหวงหนูนามากอยากให้ทำงานกับนางไก่ไปตลอด จึงไม่ต้องการให้หนูนามีครอบครัว อย่างไรก็ดี ตนก็ตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมาเหตุใดไม่ให้ตนติดต่อกับหนูนา และรับปากว่าจะช่วยเหลือหนูนาแต่กลับมีเงื่อนไขมาตลอด รวมทั้งยังจะให้ไปทำงานที่ต่างประเทศด้วยสาเหตุอะไรกันแน่
       
       จากนั้นเมื่อเวลา 15.00 น. นายศรีสุวรรณ สรศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาบดี และหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ส่วนตัวตนได้เคยพบเจอกับคุณหญิงไก่ 2 ครั้ง อ้างตัวเองว่าเป็นคุณหญิง และมีหลายชื่อ คือ คุณหญิงมนตรา และคุณหญิงสุชาดา แต่ให้เรียกว่าคุณหญิงไก่ โดยครั้งแรกที่ สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ครั้งนั้นทางคุณหญิงไก่ได้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีต่อน้องหนูนาและแฟนหนุ่ม และครั้งที่ 2 พบเจอศูนย์ประชาบดี จ.แม่ฮ่องสอน
       
       นอกจากนี้ยังรับทราบข้อมูลของหญิงไก่จากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัด แม่ฮ่องสอนว่า นางไก่ หรือหญิงไก่ ได้เข้ามาชักชวนเด็กหญิงในหมู่บ้านชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ อ้างว่าตัวเองเป็นผู้ใจบุญจะนำเด็กไปเลี้ยงดูเพื่อส่งเรียนหนังสือ พร้อมให้เงินผู้ปกครองเด็ก ซึ่งในกรณีของหนูนาทางอดีตนายจ้างได้นำเงิน 1 หมื่นบาทให้ทางครอบครัวหนูนา แต่แม่หนูนาไม่ยอมรับ จนหญิงคนดังกล่าวยัดใส่มือพร้อมบอกว่าให้เป็นเงินค่าซ่อมบ้าน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบว่ามีผู้หญิงเดินทางมาทำงานกับนางไก่จำนวน 6 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 5 คน และอายุ 21 ปี เมื่อช่วงปี 2551 ถึง 2553 ต่อมาภายหลังจากเกิดเรื่องราวของหนูนาได้มีผู้หญิงหนีกลับบ้านจำนวน 5 คน ยกเว้น น.ส.จันทนา หรือ หนูนา คชคงไทย ซึ่งถูกนางไก่แจ้งความว่าลักทรัพย์ และจากการสอบถามผู้หญิงที่หลบหนีทราบว่านางไก่ มีพฤติกรรมข่มขู่ว่าจะยัดข้อหา และพยายามพาออกนอกประเทศ จึงเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ประชาบดี แต่ไม่ยินยอมแจ้งความเนื่องจากเกรงกลัวนางไก่
       
       ทั้งนี้ มีรายงานว่า พฤติกรรมของหญิงไก่จะดำเนินคดีต่อลูกจ้างที่ไม่ยอมทำตามที่หญิงไก่สั่ง รวมทั้งกรณีของ น.ส.จันทนา หรือหนูนา คชคงไทย ที่ออกมาแต่งงานพร้อมแฟนหนุ่ม ทางแฟนหนุ่มของหนูนาได้บอกว่าสาเหตุที่หญิงไก่แจ้งความหนูนาเพราะไม่อยากให้ แต่งงาน และเหมือนหยามศักดิ์ศรี โดยหญิงไก่เคยพูดว่าขอหนูนาแต่งงานทำไมไม่ยอมบอก เพราะได้ซื้อหนูนามากับแม่ของหนูนาแล้วในราคา 1 หมื่นบาท
       
       ด้านนางสุภัชชา สุทธิพล รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับ น.ส.จันทนา หรือหนูนา รู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย ทางกระทรวงก็จะให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกตามที่ร้องขอตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก โดยจะจัดที่พักให้ รวมถึง น.ส.ประพาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า ที่ถูกนางไก่แจ้งความว่าลักทรัพย์กว่า 10 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีของ น.ส.จันทนา ที่อ้างว่าถูกกักขังไม่ให้ติดต่อกับครอบครัว พบว่ายังไม่เข้าข่ายความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว เพราะสามารถเดินทางออกไปข้างนอกและกลับบ้านได้ แต่นางไก่จะมีความผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ กรณีนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาทำงาน และพยายามนำเด็กเดินทางออกต่างประเทศที่จะต้องตรวจสอบต่อไป

“หญิงไก่ วันทนีย์” พบ ตร.ให้ปากคำ ปัดไม่รู้จัก “หมอหยอง” ด้านอดีตลูกจ้างทยอยแจ้งความกลับ

“หญิงไก่ วันทนีย์” พบ ตร.ให้ปากคำ ปัดไม่รู้จัก “หมอหยอง” ด้านอดีตลูกจ้างทยอยแจ้งความกลับ

“หญิงไก่ วันทนีย์” พบ ตร.ให้ปากคำ ปัดไม่รู้จัก “หมอหยอง” ด้านอดีตลูกจ้างทยอยแจ้งความกลับ

“หญิงไก่ วันทนีย์” พบ ตร.ให้ปากคำ ปัดไม่รู้จัก “หมอหยอง” ด้านอดีตลูกจ้างทยอยแจ้งความกลับ

“หญิงไก่ วันทนีย์” พบ ตร.ให้ปากคำ ปัดไม่รู้จัก “หมอหยอง” ด้านอดีตลูกจ้างทยอยแจ้งความกลับ

 

ที่มา : manager.co.th

 
 
ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ : “หญิงไก่ วันทนีย์” พบ ตร.ให้ปากคำ ปัดไม่รู้จัก “หมอหยอง” ด้านอดีตลูกจ้างทยอยแจ้งความกลับ
กรุณาใช้คำสุภาพ ไม่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่หมิ่นประมาท หรือกล่าวร้ายผู้อื่น
 

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ  
:::ข่าวยอดนิยม :::
» ผวาหนัก! คลิปเนตรนารีจับเพื่อนให้ นร.ชายข่มขืนระบาด ผู้ปกครองเร่งส่งต่อ-หาตัว ก่อนลูกหลานเป็นเหยื่อ

» เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

» แม่ช็อก! ลูกแทงตัวเองไส้ทะลัก คาดปมพิการท่อนล่าง

» ลูกเขยควงมีดตามหาเมีย เจอพ่อตายิงดับคาบ้าน

» คนร้ายประกบยิงครูพัทลุง เสียชีวิตคาที่

 


Vip77 วีไอพีเจ็ดเจ็ด
Copyright 2015, All Rights Reserved.
Consulting by